เล่นบาสอย่างไรให้ปลอดภัยไว้ก่อน

     อย่างที่เราทราบกันดีว่าการเล่นกีฬาบ่อยครั้งก็มักจะเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่ชนิดที่เล็กน้อย ไปจนถึงเสี่ยงอันตรายต่อร่างกาย ยิ่งถ้าเป็นกีฬาที่ใช้ร่างกายแทบจะทุกส่วนอย่างบาสเกตบอลแล้วนั้น ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่เมื่อเวลาเล่นก็อาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ การที่จะต้องรู้ถึงการป้องกันเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายก่อนการลงเล่นบาสเกตบอลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจะต้องทำความเข้าใจกันเอาไว้ก่อน

และที่เราจะนำมาฝากในวันนี้ก็คือ “เล่นบาสอย่างไรให้ปลอดภัยไว้ก่อน” เนื่องจากว่าการเล่นกีฬาบาสเกตบอลนั้นเป็นชนิดกีฬาที่เล่นกันหลายคนและมักที่จะเล่นกันด้วยความรวดเร็วอีกทั้งยังต้องใช้ความคล่องตัวที่ค่อนข้างสูงในสนามที่มีพื้นที่ที่จำกัด ดังนั้นผู้เล่นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในการเล่นเพื่อความปลอดภัยต่อตัวผู้เล่นเอง 

ควรปฏิบัติตามข้อดังต่อไปนี้

  • อบอุ่นร่างกาย หรือวอร์มให้ร่างกายพร้อมก่อนลงเล่น

    ไม่ว่าคุณจะเล่นกีฬาชนิดใด หรือแค่ออกกำลังกายก็ตามสิ่งที่สำคัญที่พึงปฏิบัติก่อนการเล่นนั่นก็คือการอบอุ่น หรือวอร์มให้ร่างกายได้เตรียมความพร้อมก่อน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อในระหว่าที่เล่น

  • สภาพร่างกายพร้อมหรือไม่

   สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือควรที่จะมีสภาพร่างกายพร้อมก่อนจะเล่น ควรตรวจเช็คว่าไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ หรือความเจ็บที่เป็นอันตรายจากการออกกำลังกาย

  • แต่งกายให้พร้อม และเพื่อให้เล่นได้อย่ากระฉับกระเฉง

   ควรแต่งกายด้วยชุดกีฬาที่เหมาะสมต่อการเล่นบาสเกตบอล มีการสวมเสื้อ กางเกง ถุงเท้า และรองเท้า ที่ไม่หลวมหรือคับเกินไป เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ของร่างกายในระหว่างการเล่น

  • มีการตรวจเช็คสภาพของสนามก่อน

   ก่อนที่จะลงเล่นทุกครั้งควรมีการตรวจเช็คสภาพของสนามให้เรียบร้อยก่อนว่ามีมั่นคง แข็งแรงหรือไม่ ที่สำคัญคือพื้นสนามจะต้องเรียบ ไม่ลื่น ไม่มีหลุมหรือบ่อ ไม่มีสิ่งกีดขวาง เสาและห่วงประตูอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งาน

  • เคารพกฎ และเล่นตามกติกา

    ในการเล่นบาสเกตบอล หรือแม้แต่กีฬาชนิดอื่นก็ตามจะต้องปฏิบัติตามกฎกติกาอย่าเคร่งครัด เพราะนอกจากจะแสดงถึงการเป็นนักกีฬาที่ดีแล้ว การปฏิบัติตามกฎกติกาก็จะช่วยให้ไม่เสี่ยงต่อการทะเลาะเบาะแว้งอันจะนำมาสู่การทำร้ายร่างกายจนเกิดเป็นอุบัติเหตุนั่นเอง

  • รู้กำลังและความสามารถของตัวเอง

   ไม่เล่นแบบหักโหมหรือเกินกำลังความสามารถของร่างกายของตนเอง ควรฝึกจากทักษะที่ง่าย ไปหาทักษะที่ยากแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อในระหว่างการเล่นแต่ละครั้ง

  • ถอดเครื่องประดับออกก่อนเสมอ

   ไม่ควรที่จะใส่เครื่องประดับเช่น นาฬิกา แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอหรือเข็มขัดในการลงเล่น เพราะจะเป็นอันตรายต่อตนเอง และอาจจะทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บไปด้วย

  • หากเป็นรายการที่ต้องลงแข่งขันควรเตรียมตัวเป็นพิเศษ

   ในกรณีที่จะมีการแข่งขันนั้นควรมีการฝึกซ้อม และเตรียมร่างกายให้มีสมรรถภาพดีพร้อมที่จะเข้าแข่งขันได้ และหมั่นตรวจเช็คสภาพร่างกายอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการผิดพลาดในระหว่างการแข่งขัน ซึ่งจะดีต่อทั้งตัวนักกีฬาและดีต่อทีมอีกด้วย

  • อย่าไว้เล็บยาว

   ทุกครั้งก่อนการลงเล่น หรือลงแข่งขันควรที่จะตัดเล็บให้สั้นก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัยต่อตนเอง และต่อผู้เล่นคนอื่นๆ ในการป้องกันอันตรายขณะรับลูกบอลนั่นเอง

  • ถ้าไม่พร้อม ห้ามลงแข่ง หรือลงเล่นเด็ดขาด

   ข้อนี้ถือว่ามีความสำคัญมากๆเลยก็คือถ้าหากตนเองไม่ได้มีการฝึกซ้อมมาก่อน หรือฝึกซ้อมไม่เพียงพอก็ไม่ควรลงแข่งขันโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้ส่งผลต่อทีมได้ และที่สำคัญไปกว่านั้นคืออาจเกิดอันตรายต่อตัวผู้เล่นเอง

        และทั้งหมดนี้คือข้อควรปฏิบัติของ “เล่นบาสอย่างไรให้ปลอดภัยไว้ก่อน” เมื่อได้อ่านดูแล้วอาจจะรู้สึกว่าทำไมถึงเยอะขนาดนี้ แต่อยากให้ทุกคนได้ตระหนักถึงข้อควรปฏิบัติทั้งหมดนี้เอาไว้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเองก่อนที่จะออกไปเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนๆ สุดท้ายนี้เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากคำแนะนำที่เรามอบให้ และขอให้ทุกคนมีสุขภาพร่างกายที่ดีอยู่เสมอ

 

สนับสนุนโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

ใกล้ถึงเวลาปิดฉากแล้ว กับเกมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2019

สำหรับเกมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2019 ที่มีการจัดขึ้นในมหกรรมกีฬาซีเกมส์และครั้งนี้ก็จัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 30 ประจำปี 2019 และได้มีการจัดตั้งขึ้นที่ ณ ดินแดนตากาล็อก ประเทศฟิลิปปินส์

เนื่องจากการแข่งขันเกมนี้เป็นการแข่งขันแย่งชิงอันดับสองระหว่าง ไทย กับ เวียดนาม ต้องบอกว่าเป็นการแข่งขันที่มันสุดขั้ว สำหรับการแข่งขันเพื่อแย่งชิงเป็นรองแชมป์ในครั้งนี้ หากแต่ตำแหน่งเหรียญทองนั้นประเทศเจ้าภาพได้มีการนำไปครอบครองอย่างแน่แท้ เหลือเพียงรองเท่านั้น ซึ่งจะมีไทยและเวียดนามที่หันหั่นกันอย่างเมามัน

ได้มีการประกาศการแข่งขันในวันที่ (9 ธ.ค.) ว่าไทยของเรานั้น พวกเขาได้มีความสามารถคว้าเหรียญทองไปได้ 84 เหรียญทองด้วยกัน และสามารถเก็บเหรียญเงินไปได้ถึง 90 เหรียญเงินอีกด้วย และเหรียญทองแดงซึ่งเป็นเหรียญสุดท้ายนั้น พวกเขาเก็บมาได้ 102 เหรียญเลยทีเดียว 

มีข่าวเกี่ยวกับผู้สนับสนุนหลักของนักกีฬาเหล่านี้ว่ายิ่งเข้าใกล้วันใกล้จะจบกับเกมการแข่งขันเหล่านี้แล้ว

วึ่งนักกีฬาก็ยังมีการแข่งขันกันอยู่หลายคนเช่นกันและส่วนใหญ่ที่มีการแข่งขันเสร็จนั้นก็ได้เริ่มทะยอยกันกลับบ้านเช่นกัน ต้องบอกว่าทุกคนรู้สึกอิ่มใจและเป็นความยินดีใจกับผลของการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาของไทยหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมีความปราบปลื้มใจที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้สนับสนุนในทุกๆเรื่องให้แก่พวกเขาอย่างเต็มที่

และสำหรับพาณิภัค วงศ์พัฒนกิจเขาได้คว้าเหรียญทองสำหรับเกมการแข่งขันเทควันโด ต้องยอมรับกับความสามารถและความเก่งกาจที่ได้ชนะและเป็นมือหนึ่งในเกมกีฬาครั้งนี้ เนื่องจากเขาเป็นการลงแข่งเทควันโดรุ่นที่ 49 กก.นั้นเอง

ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันน้องเทนนิสก็ได้ขอบคุณและพูดไปถึงเกี่ยวกับการสนับสนุนที่ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ให้กับพวกนักกีฬา เขาและทุกคนมีความชื่นชมในการสนับสนุนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเรื่องของอาหาร หรือแม้แต่ทุกสิ่งที่ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เป็นการสนับสนุนให้พวกนักกีฬาได้ประสบผลสำเร็จในวันนี้ 

เราเชื่อว่าการได้รับการสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ในครั้งนี้

จะเป็นการสนับสนุนที่ทางนักกีฬาหรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องภูมิใจ และชื่นชม และคิดว่าการได้รับการสนับสนุนเป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาเหล่านักกีฬาได้มีวันนี้ด้วยเช่นกัน 

หากไม่มีการสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ในวันนั้น พวกเขาก็ไม่อาจจะมีวันนี้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่พวกนักกีฬาได้ประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับบุคคลที่มีส่วนช่วยในการผลักดันพวกเขาอยู่ไม่น้อย

แผนการเล่นยอดนิยมในวงการฟุตบอล ( 4 – 4 – 2 )

4 – 4 – 2 : ถ้าเป็นคนที่ดูฟุตบอลจริงๆ เป็นแฟนพันธุ์แท้ฟุตบอล มีฟุตบอลอยู่ในสายเลือด รับรองว่าไม่มีใครไม่รู้จักระบบ 4 – 4 – 2 แน่นอน เพราะถือเป็นระบบเก่าแก่ที่สุดในโลกของฟุตบอล และยังมีใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งทุกวันระบบนี้อาจมีการเปลี่ยนรูปแบบไปบ้าง หรือพัฒนาเป็นระบบใหม่ๆ

แต่ไม่ว่าจะยังไงพื้นฐานก็มาจาก 4 – 4 – 2 เพราะระบบ 4 – 4 – 2 เป็นแผนการเล่นที่ง่านต่อความเข้าใจ แต่มีประสิทธิภาพสูง ระบบ 4 – 4 – 2 หัวใจสำคัญอยู่ที่กองกลาง เพราะกองกลางของทีมจะต้องทำหน้าที่ช่วยทั้งเกมส์รุกและเกมส์รับ โดยพื้นฐาน จะมีผู้เล่นกองกลาง 1 คน ที่ทำหน้าที่เล่นรับเป็นหลัก หรือเรียกว่าตำแหน่ง DMF กระเถิบขึ้นมาอีกนิด

จะเป็นผู้กองกลางด้านกว้างทั้ง 2 ข้าง RMF, LMF มีหน้าที่เติมเกมส์บุกไปทางด้านซ้ายและขวา เพื่อเปิดบอลให้ศูนย์หน้า และจะคอยวิ่งลงมาช่วยแบ็คทั้ง 2 ข้างเล่นเกมส์รับด้วย เรียกได้ว่าต้องรักษาพื้นที่ด้านข้างทั้งหมดตั้งแต่หน้าจรดท้าย กองกลางอีก 1 ตัว จะทำหน้าที่เล่นเกมส์รุก AMF คอยสนับสนุนศูนย์หน้าอยู่ด้านหลัง และหน้าที่สำคัญอีกอย่างคือผู้เล่นในตำแหน่งนี้จะเป็นศูนย์กลางที่คอยผ่านบอลให้กับเพื่อนๆ รอบตัว

เพราะฉะนั้นนักเตะที่เล่นตำแหน่งส่วมมากมักจะได้เบอร์ 10 และจะต้องเป็นคนที่มีทักษะในการจ่ายบอลที่ดีมากๆ ทีมที่มักจะใช้ระบบ 4 – 4 – 2 อย่างในอดีตที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ เอซี มิลาน ในยุค 1987 – 1991 และถือว่าเป็นทีมที่ใช้ระบบนี้แล้วประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะทีมทำผลงานได้ดีมากๆ ในช่วงที่ใช้ระบบนี้อยู่ ในปัจจุบัน ทีมระดับแนวหน้าของโลกที่ใช้ระบบนี้อยู่ ได้แก่ แอตเลติโก มาดริด ทีมระดับแชมป์ลีก ลา ลีกา สเปน, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค จอมแกร่งในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน หรือแม้กระทั่ง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ใช้แผนจนสามารถพาทีมผงาดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จ

จุดแข็งที่เห็นได้ชัดเจนของระบบ 4 – 4 – 2 คือการที่มีผู้เล่นศูนย์หน้าถึง 2 คน

ทำให้ผู้เล่นกองกลางสามารถผ่านบอลได้ง่าย และใช้เวลาน้อยในการครองบอล อีกประการคือกองกลางด้านกว้างทั้ง 2 คนที่ทำหน้าช่วยทั้งเกมส์รุกเกมส์รับทำให้สมดุลของเกมส์ค่อนข้างดี และระบบนี้ยังมีการเคลื่อนที่ที่เข้าใจง่ายอีกด้วย ส่วนจุดอ่อนก็คือ เมื่อแผนการเล่นเข้าใจง่าย มีการเคลื่อนที่ที่เข้าใจง่าย ก็มักจะถูกดักทางได้ง่ายเช่นเดียวกัน