ปีที่ผ่านมามีอะไรกันบ้างสำหรับโลกฟุตบอลในปี 2019

จากสำนักข่าวกีฬาคนอังกฤษที่ช่วงนี้ว่างเว้นจากการทำงานและรายงานผลกีฬาประจำวัน เนื่องจากติดสถานการณ์โควิดระบาด และทำให้ฟุตบอลอังกฤษไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ จึงทำให้นักข่าวสื่อต่างๆ ของอังกฤษรวมตัวกันรวมเรื่องราวที่เป็นสุดยอดในปี 2019 มาให้ดูกัน

เรื่องแรก นักเตะยอดเยี่ยมปี 2019 คือ เจมี่ วาร์ดี้ เพราะในปี 2019 นั้น เค้ายิงไปถึงยี่สิบเก้าประตู

เรื่องสอง ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมปี 2019 คือ คริส ไวเดอร์ กุนซือทีมดาบคู่ เชฟยูไนเต็ด ด้วยการจบฤดูกาลในแชมป์เปี้ยนชิพ ด้วยฐานะรองแชมป์ และต่อด้วยทำผลงานได้ดีในพรีเมียร์ชิพ ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ซึ่งถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม และยิ่งกับการที่เค้าใช้นักเตะที่โนเนม แล้วทำได้ขนาดนี้ ต้องยอมรับว่ามีฝีมือจริงๆ

เรื่องสาม ทีมที่มีท่าดีทีเหลว ได้แก่ทีมอาร์เซนอล ซึ่งในปี 2019 ตอนที่ เวนเกอร์ ออกไปนั้น แล้วได้ เออไน อูไมรี่ มานั้น เหมือนจะไปได้ดี แต่สุดท้ายก็ท่าดีทีแล้ว ที่ไม่ได้อะไรติดมือมาเลย

เรื่องสี่ การซื้อขายยอดเยี่ยม ได้แก่ ยูริ เทเลม๊องส์ ที่ถือว่าเป็นการซื้อที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกในช่วงปี 2019 ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ทดลองยืมตัวจากโมนาโกมาก่อน แต่พอเอามาเล่นแล้ว ดีจนทีมเลสเตอร์ไม่สามารถที่จะรอได้ จนต้องทำลายสถิติสโมสร ซื้อนักเตะคนนี้มาด้วยค่าตัว สี่สิบล้านปอนด์

เรื่องที่ห้า ทีมน่าอับอายที่สุดประจำปี ได้แก่ทีมเซาแธมป์ตัน ที่เฝ้าบ้านแพ้ให้กับผู้มาเยือนอย่างเลสเตอร์ ถึงเก้าประตูต่อศูนย์ ซึ่งมีสถิติถึงสี่เรื่องเกิดขี้นในนัดนี้ก็คือ ทีมเลสเตอร์เป็นทีมที่สองที่ยิงได้ถึงห้าลูกในครึ่งแรก ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นทีมแมนซิตี้ ที่ยิงเบรินลีย์ได้ และมีสองแฮตทริก เกิดขึ้นในนัดนี้คือ เจมี่ วาร์ดี กับอลอนโซ่ เปเรส และ เป็นสกอร์ที่ชนะเยอะที่สุดในเกมเยือนของเลสเตอร์ และเป็นเกมที่แพ้เยอะที่สุดในการเฝ้าบ้านของเซาแธมป์ตัน

เรื่องที่หก คนที่หัวร้อนที่สุด คือ เป๊ป กวาดิโอล่า ในเกมกับลิเวอร์พูล ที่แมนซิตี้ เสียผลประโยชน์ในเกมจากที่กรรมการไม่ให้ลูกโทษถึงสองครั้งจากการทำฟาวล์ของกองหลังลิเวอร์พูลจนทำให้แมนซิตี้ต้องแพ้ในเกมนั้นไป

ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดเป็นเรื่องราวที่ผู้สื่อข่าวอังกฤษได้รวมตัวกันมาทำโพลสำรวจให้กับแฟนบอลอังกฤษได้เข้ามาโหวตกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการแก้เซ็งได้ในระดับหนึ่งในช่วงที่ไม่มีฟุตบอลทำการแข่งขัน

 

ขอบคุณเว็บ  บาคาร่าออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

8 แข้งบริติชที่เคยเล่นเกมเอล กลาซิโก้

  1. ลอรี่ คันนิ่งแฮม (เรอัล มาดริด)


เจ้าของฉายา ‘ไข่มุกดำ’ อยู่กับ เรอัล มาดริด ได้ 2 ปีครึ่ง แต่อาการบาดเจ็บทำให้เขาลงเล่นเพียง 58 นัด แต่เขาก็ยังคงส่งผลกระทบค่อนข้างมากทั้งในและนอกสนาม ด้วยตำแหน่งปีกเขาคือแข้งบริติชคนแรกที่เล่นให้กับมาดริด และเป็นเพียงผู้เล่นผิวดำคนที่สองของสโมสรที่ทำได้ 12 ประตูในฤดูกาลแรก ผลงานที่ยอดเยี่ยมในเกมที่ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 ในปี 1980 ทำให้เขาได้รับเสียงปรบมืออย่างล้นหลามจากแฟนบอลที่คัมป์ นู 

  1. สตีฟ อาคิบัลด์ (บาร์เซโลน่า)

ผู้เล่นชาวสก็อตแลนด์เพียงคนเดียวที่เคยเล่นในเกมเอล กลาซิโก้จนถึงปัจจุบัน เขาย้ายมาจาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในปี 1984 ด้วยค่าตัว 1.15 ล้านปอนด์

เมื่อวันที่ 2 กันยายนในปีเดียวกันเขาได้กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ทำประตูให้กับทีมในเกมที่ บาร์ซ่า เอาชนะ 3-0 ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เขาเป็นดาวซัลโวของบาร์ซ่า (15 ประตู) ในฤดูกาลนั้น ช่วยให้ทีมได้แชมป์ลาลีกา โดยที่ เรอัล มาดริด จบเพียงแค่อันดับที่ 5 

  1. แกรี่ ลินิเกอร์ (บาร์เซโลน่า)


หลังจากคว้าดาวซัลโวฟุตบอลโลกปี 1986 ลินิเกอร์ก็กลายเป็นนักเตะบริติชรายที่สองบาร์ซ่า เขาย้ายมาจาก เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 2.8 ล้านปอนด์ แม้จะไม่เคยได้แชมป์ลาลีกา แต่เขาก็สามารถชูถ้วยแชมป์ โกปา เดล เรย์ และ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส 

ลินิเกอร์ ทำได้ 5 ประตูจาก 8 นัดในเอล กลาซิโก้ และผลงานที่ดีที่สุดของเขาคือการทำแฮตทริกเมื่อปี 1987 เขายุติการค้าแข้งในสเปนด้วยการยิง 42 ประตูจาก 103 นัด เป็นนักเตะบริติชที่ทำประตูสูงสุดในลาลีกาจนกระทั่งโดน แกเร็ธ  เบล เข้ามาทำลาย

  1. มาร์ค ฮิว์จส์ (บาร์เซโลน่า)

ฮิว์จส์ น่าจะเป็นแข้งบริติชที่ประสบความสำเร็จน้อยที่สุดแล้ว อดีตดาวเตะชาวเวลส์ยิงได้เพียง 5 ประตูเท่านั้นรวมทุกรายการในฤดูกาลเดียวของเขาที่คัมป์ นู และลงสนามในกลาซิโก้เพียงครั้งเดียวที่เสมอกับ มาดริด 1-1 ที่เบร์นาเบว ปี 1986 และเขาเป็นนักเตะบริติชคนสุดท้ายที่เล่นให้บาร์ซ่า

  1. สตีฟ แม็คมานามาน (เรอัล มาดริด)

แข้งชาวอังกฤษที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในสเปน แม็คมานามานย้ายเข้าร่วมทีมมาดริดแบบไร้ค่าตัวในปี 1999 ได้ถึง 6 แชมป์จาก 4 ฤดูกาล ซึ่งรวมถึงแชมเปี้ยนลีก 2 สมัย และเขาทำประตูในรอบชิงชนะเลิศปี 2000 อีกด้วย แม็คมานามาน ลงเล่นในกลาซิโก้ 7 นัด ยิงได้ 1 ประตูในเกมที่ชนะ 2-0 ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ ในปี 2002 

  1. เดวิด เบ็คแฮม (เรอัล มาดริด)

เบ็คแฮม เป็นการย้ายทีมที่ประสบความสำเร็จในด้านการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผู้เล่นชาวอังกฤษที่ค้าแข้งต่างแดน เขาได้แชมป์ลีกเพียงสมัยเดียวเท่านั้นในรอบ 4 ปี ก่อนจะย้ายไป แอลเอ กาแล็กซี่ ในปี 2017 เขาลงเล่นในกลาซิโก้ 8 นัด แม้ยิงไม่ได้ แต่เขาทำได้ 2 แอสซิสต์

  1. ไมเคิ่ล โอเว่น (เรอัล มาดริด)

เจ้าของบัลลงดอร์ในวัย 21 ปี ย้ายมาร่วมทีม เรอัล มาดริด ในปี 2004 แต่เขาไม่อาจประสบความสำเร็จเหมือนอย่าง แม็คมานามาน ได้ที่เคยผ่านการค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล
แม้จะไม่ได้แชมป์เลยในปีเดียวของเขาที่สเปน แต่โอเว่นยิงได้ 16 ประตูจาก 45 นัดให้กับราชันชุดขาว เขาไม่อาจเบียดแย่งสองคู่หูในแดนหน้าอย่าง โรนัลโด้ และ ราอูล ได้ แต่ไฮไลต์สำคัญในกลาซิโก้คือเกมที่เขายิงให้ทีมชนะด้วยสกอร์ 4-2 ในเดือนเมษายน 2005

  1. แกเร็ธ เบล (เรอัล มาดริด)

คนล่าสุดและเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จที่สุดสำหรับแข้งบริติชในศึกเอล กลาซิโก้ เขาย้ายมาด้วยค่าตัวสูงถึง 80 ล้านปอนด์ในปี 2013 แต่เขาเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับทักษะภาษาสเปน รวมทั้งเจอกับเสียงวิจารณ์จากสื่อและแฟนบอลสเปนด้วยกับความมุ่งมั่นของเขาในสนาม จนถูกตั้งฉายาเป็นนักกอล์ฟเพราะความสนใจด้านกีฬานี้เป็นพิเศษ แต่เขาก็ยังฝากผลงานถึง 105 ประตูจาก 250 นัด เช่นเดียวกับแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย และ ลาลีกา 1 สมัย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์

มีผู้รักษาประตูดี ทีมมีชัยไปกว่าครึ่ง

ในเกมการแข่งขันฟุตบอลนั้น หากทีมของคุณเล่นได้ดีมากมายแต่สุดท้ายต้องพลาดท่าเพราะผู้รักษาประตู ทำเสียประตูง่ายๆ นั้น คงเจ็บใจไม่ใช่น้อย เพราะตำแหน่งนี้ ถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของทีม เพราะถ้าคุณมีผู้รักษาประตูที่มีฝืมือดีแล้วหละก็ อย่างน้อยทีมคุณก็จัดว่าเป็นทีมที่แพ้ยากทีมหนึ่งเลยทีเดียว วันนี้เรามาลองดูกันว่ามีใครที่ถือว่าเป็นสุดยอดผู้รักษาประตูในช่วงเวลานี้กันบ้าง

เคเลอร์ นาบาส ผู้รักษาประตูชาวคอสตาริกา ที่ถือว่าประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกกับราชันชุดขาวถึงสามสมัย และปัจจุบันก็ย้ายไปเฝ้าเสาประตูให้กับยอดทีมจากเมืองน้ำหอม ปารีสแซงค์แชรแมงค์

อลินซอน เบ็กเกอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติบราซิล และทีมลิเวอร์พูล ที่มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากที่ทำให้หงส์แดงกลายเป็นทีมที่กำลังทำประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้

ตีบัวร์ กูตัว ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของราชันชุดขาว ที่สามารถแย่งมือหนึ่งมาได้จาก เคเลอร์ นาบาส และยังสามารถโชว์ฟอร์มได้ดี รวมถึงไปในตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติเบลเยี่ยมที่เค้ายึดครองมาอย่างยาวนาน

ฮู้โก้ ยอริส ผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติฝรั่งเศส ที่สามารถพาทีมและผลงานเซฟอย่างสุดยอดที่ทำให้ทีมชาติฝรั่งเศส ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด

มารูเอล นอยเออร์ ยอดผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติเยอรมัน และทีมเสือใต้ บาเยิรน์มิวนิค ที่เคยได้รับการยกย่องว่าเคยเก่งถึงขนาดเป็นมือหนึ่งของโลกมาแล้ว

ดาวิด เดเคอา ผู้รักษาประตูมือกาวของแมนยูไนเต็ด ซึ่งในช่วงเวลาที่แมนยู อยู่ในยุคผ่องถ่ายและมีการเปลี่ยนแปลงนั้น เค้ามีส่วนสำคัญที่ยังทำให้แมนยูกลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่อยู่ทุกวันนี้ เพราะในช่วงเวลานั้นถ้าแมนยูไม่มีเค้าในตอนนั้น แมนยูอาจจะต้องกลายเป็นทีมที่เสียประตูมากเป็นประวัติการณ์ไปแล้ว

มาร์คอังเดร แตรสเตนเกน ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมบาร์เซโลน่า ที่กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าบุญทุ่ม ได้รับฉายาว่าเป็นทีมจากมนุษย์ต่างดาว ด้วยฟอร์มการเซฟที่เหนียวหนึบ จึงทำให้เค้าได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของเยอรมันในเวลานี้และกำลังจะเป็นตัวแทนของ มารูเอล นอยเออร์ ในทีมชาติเยอรมันอีกด้วย

แยน โอบัค ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง จากทีมแอตมาดริด ที่มีฝีมือไม่ธรรมดา จากผลงานที่ทำให้แอตมาดริด กลายเป็นทีมที่มีเกมรับเหนียวที่สุดในลาลีกา ตลอดสี่ฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงตำแหน่งผู้รักษาประตูอันดับหนึ่งของลาลีกา มาสี่ฤดูกาลซ้อน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฟรี 500

เพราะพวกเราคือทีมเดียวกัน

เมื่อฟุตบอลไม่ได้มีความหมายเท่าชีวิต ซึ่งครั้งหนึ่งนานมาแล้วที่ วิลเลียม บิลล์ แชงคลีย์ สุดยอดกุนซือลูกหนัง ชาวสก๊อตแลนด์ ผู้สร้างตำนานเครื่องจักรสีแดง ให้กลายเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ในแถบถิ่นเมอร์ซี่ย์ไซด์ ในการนำสโมสรลิเวอร์พูล ครองความยิ่งใหญ่ตลอดยี่สิบปี ของวงการฟุตบอลอังกฤษ ได้กล่าวว่า ฟุตบอลไม่มีความหมายถึงเพียงความเป็นและความตาย แต่มันมีความหมายมากกว่านั้นนัก ประโยคนั้นได้กลายเป็นประโยคอมตะที่ชาวเดอะค๊อป ชอบเอามาพูดถึง แต่เหมือนเมื่อกาลเวลาผ่านไป สิ่งที่เค้าพูดมานั้น เหมือนเค้าจะคิดผิด หรือหากไม่ผิดก็อาจจะถูกสำหรับเค้าคนเดียว 

เพราะตลอดสามเดือนแห่งความวุ่นวายที่ผ่านมา คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า ไม่มีอะไรสำคัญไปเท่ากับชีวิต และไม่ใช่แค่ชีวิตของแฟนบอล หรือเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานในสนาม แต่นักฟุตบอลก็มีชีวิตของเขา มีคนที่เค้ารักและก็รักเค้า ห่วงใยไม่ต่างอะไรจากเรา จากสถานการณ์หลายเดือนที่ผ่านมา สำหรับวงการกีฬามีผลกระทบมากมาย ยิ่งกีฬาที่มีคนสนใจทั่วโลก อย่างกีฬาฟุตบอลได้ถูกตั้งคำถามว่า จะแก้ปัญหานี้และเอาตัวรอดจากสถานการณ์ได้อย่างไร ซึ่งตอนแรกการแข่งขันนั้นได้ใช้วิธีการแข่งขันแบบสนามปิดไม่ให้มีคนดู แต่พอเอาเค้าจริง ไข้ไวรัสโควิดนั้น รับมือได้ยากเกินไป การที่จะทำให้ฟุตบอลได้แข่งขันกันต่อเพื่อเอาใจแฟนบอลทั่วโลกนั้น ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่ดีที่สุด คงต้องกลับมาทบทวนกันเองว่า อะไรสำคัญที่สุดกับเราจริงๆ

กีฬาที่ไม่มีผู้ชม ที่เปรียบเหมือนดังลมหายใจของการแข่งขัน แล้วมันจะมีชีวิตได้อย่างไร จะมีความหมายอะไรหากสุดท้ายนอริช รอดตกชั้นได้อย่างเหลือเชื่อ แต่ไม่มีแฟนบอลร่วมแสดงความยินดีกับพวกเค้า หรือจะมีค่าอะไรหากสามสิบปีที่รอคอย กลับไม่มีใครร่วมแสดงความยินดีกับลิเวอร์พูล เหนืออื่นใดการตัดสินใจนั้นคงต้องให้เกียรติและเคารพนักฟุตบอลที่เป็นเหมือนตัวละครหลักมาสร้างความสนุกและความเร้าใจให้กับผู้ชม ซึ่งเราควรตระหนักว่า นักกีฬาก็คือคน และพวกเค้าก็ควรได้รับการดูแลไม่ต่างจากคนอื่น

การตัดสินใจของยูฟ่า ที่เลื่อนการแข่งขันฟุตบอลยูโรออกไปหนึ่งปี ทำให้สถานการณ์คลายความตึงเครียด ที่พอจะทำให้ลีกแต่ละประเทศมีเวลาหายใจในการจัดโปรแกรมใหม่ แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อ หากกำหนดการที่เคยตั้งไว้ว่าจะต้องกลับมาแข่งขันกันให้ได้อีกครั้งภายในวันที่ 30 เมษายน นี้ เหนืออื่นใด การตัดสินใจเพื่อดูแลตัวละครของพวกเรา คือคุณค่าที่มันออกมาจากหัวใจของทุกคนที่เรียกตัวเองว่า แฟนบอล

 

เยอรมันในบอลยูโร 2020

วิเคราะห์ทีมชาติเยอรมันกับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020

ทีมชาติเยอรมันแชมป์เก่า 3 สมัยของการแข่งขันฟุตบอลยุโรปครั้งนี้ ผ่านเข้ารอบมาจากแชมป์กลุ่ม C ในรอบคัดเลือกซึ่งสามารถ เขี่ยทีมชาติเนเธอร์แลนด์ให้ตกไปอยู่เป็นอันดับ 2 ได้ จากผลงานแข่ง 8 ครั้งชนะไปถึง 7 ครั้งและแท้เพียงแค่ครั้งเดียว ซึ่งต้องบอกว่าไม่ได้เป็นการยากเย็นเลยกับการเข้ารอบครั้งนี้ของทีมชาติเยอรมนี แต่จากบทเรียนครั้งล่าสุดกับฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ผ่านมาว่ามันมีประสบการณ์ที่ไม่ดีนักจัดการตกรอบแรกด้วยน้ำมือของทีมชาติเกาหลีใต้ซึ่งทีมชาติเยอรมันชุดนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแข่งขันฟุตบอลยุโรปครั้งนี้จะช่วยทำให้ศรัทธาของแฟนบอลทีมชาติของพวกเขากลับมาอีกครั้งหนึ่ง

แต่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังไว้นั้นอาจจะไม่ง่ายนักเพราะจากผลการจับสลากที่ผ่านมาในรอบสุดท้ายนี้เยอรมนีอยู่ในสายที่เรียกว่ากรุ๊ปออฟเดธซึ่งสายนี้ประกอบไปด้วยฝรั่งเศสแชมป์โลกปีล่าสุดและโปรตุเกสแชมป์เก่า

ซึ่งต้องบอกว่าเป็นงานหินของทีมชาติเยอรมันของ joakim Love เลยทีเดียว แต่ถ้าใครเป็นแฟนบอลเยอะมันคงรู้ดีอยู่แล้วว่าขึ้นชื่อว่ายี่ห้อเยอรมันหลายๆครั้งเยอรมันมักจะกลับมาได้ทุกทีหลังจากที่ประสบความล้มเหลวกับครั้งล่าสุดที่ผ่านมาทำให้ครั้งนี้แฟนบอลเยอรมันยังคงมีความเชื่อว่าทีมชาติของเขาจะกู้ศรัทธากลับมาให้พวกเขาได้อย่างแน่นอนคราวนี้มาลองดูรายชื่อนักเตะชุดนี้ที่จะไปร่วมศึกฟุตบอลยุโรปครั้งสุดท้ายในปี 2020 ว่าจะมีใครบ้าง

ซึ่งผู้รักษาประตู joakim Love ยังคงไว้วางใจ มานูเอลนอยเออร์ได้ด่านสุดท้ายของทีมบาเยิร์นมิวนิคกองหลังนำทีมโดย อันโตนิโอรูดิเกอร์กองหลังของทีมเชลซี ส่วนสามกองกลางมีแกนหลักอย่างซึ่งเป็นขาประจำอยู่แล้วและมี อิกาย กูโดกันกองกลางจากทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ส่วนอีกคนหนึ่งก็จะเป็น โทนี่ โคลสกองกลางสารพัดประโยชน์จากทีมรีล มาดริด ส่วนกองหน้า ยังคงเป็นตัวหลักอย่างโธมัสมุลเลอร์ของทีมบาเยิร์นมิวนิคและมาโครอยของทีมดอร์ทมุนด์ ซึ่งสื่อจากต่างประเทศและบ่อนพนันที่ถูกกฎหมายยกให้เยอรมันทีมชุดนี้เป็นเต็ง 5 ซึ่งถือว่าดูถูกกันไม่น้อยทีเดียวเป็นรองทั้งเบลเยี่ยมเนเธอร์แลนด์อังกฤษ

ซึ่งต้องบอกว่าไม่ค่อยมีบ่อยนักที่เยอรมันจะถูกยกให้เป็นเต็ง 5 หากว่ากันตามตรงแล้วถ้าเยอรมันชุดนี้สามารถก้าวผ่านรอบแรกไปได้ที่มีทีมแข็งๆอย่างฝรั่งเศสและโปรตุเกสก็เชื่อว่าเยอรมันชุดนี้ก็มีโอกาสที่จะกู้ศรัทธาให้แฟนบอลกลับมาหลงรักพวกเขาอีกครั้งหนึ่งเพราะขึ้นชื่อว่ายี่ห้อเยอรมันนีแล้ว เป็นนักรบที่สู้ไม่ถอยจนกว่าจะหมดเวลาทุกครั้ง อย่างน้อยการแข่งขันครั้งนี้เชื่อว่าเยอรมันจะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นอย่างน้อย

 

ให้การสนับสนุนโดย  ทดลองเล่น gclub

รวมเหตุการณ์สำคัญของแต่ละทีมในฟุตบอลโลก 2010

ฟุตบอลในทุกๆ ครั้งจะมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจและที่น่าจดจำสำหรับนักฟุตบอลและแฟนบอลอย่างพวกเรา และเช่นกันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2010 นั้น หลายๆทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันมักจะมีเหตุการณ์ที่เหล่านักเตะหรือกองเชียร์ของทีมนั้นๆ ไม่อาจลืม เช่น

ทีมชาติอังกฤษ กับสองเหตุการณ์ที่ลืมไม่ลง เหตุการณ์แรกคือ รอบแรกนัดเจอทีมอเมริกา ซึ่งทีมชาติอังกฤษนำอยู่ 1-0 แต่แล้วเมื่อนักเตะอเมริกายิงไกลจากนอกเขตโทษ บอลเหมือนจะไม่มีอะไร แต่โรเบริต์ กรีน ก็ดันรับลูกบอลหลุดมือเข้าไปซะงั้น จนทำให้จบเกมเสมอกัน 1-1 แต่สุดท้ายอังกฤษยังผ่านรอบแรกเข้าไปรอบสิบหกทีมสุดท้ายเจอคู่ปรับเก่าอย่างทีมเยอรมัน และเหตุการณ์ที่ทำให้กองเชียร์อังกฤษลืมไม่ลง เมื่อแฟร้งค์ แลมพาร์ด ยิงไกลนอกเขตโทษ ลูกบอลชนคานบอลและข้ามเส้นประตูไปแล้ว แต่กรรมการกลับไม่ให้ประตู และก็ต้องตกรอบไปในที่สุด ซึ่งเหตุการณ์นี้เองที่ฟีฟ่า ได้ตัดสินใจนำเทคโนโลยีโกล์ไลน์เข้ามาใช้จนถึงทุกวันนี้

ทีมชาติบราซิล กับเหตุการณ์ใบแดงของ ริคาร์โด กาก้า ที่ถือว่าเป็นใบแดงในฟุตบอลโลกที่เรียกว่าติ๊งต้องที่สุด เมื่อนักเตะคนหนึ่งของไอเวอรี่โคสต์ วิ่งเข้าไปชนตัวเค้าเอง ทั้งๆ ที่ กาก้า ยืนเฉยๆ แต่ช่วงที่กาก้า เหลือบมองไปเห็นนั้น ได้ยกมือป้องกันตัวเองจากการชนของคู่แข่งไว้ แต่กลับทำให้ กาก้า ต้องโดนใบเหลือที่สอง และไล่ออกจากสนามไป

ทีมชาติกาน่าและอุรุกวัย ซึ่งดราม่านี้เกิดขี้นในคู่นี้ ที่เมื่อถึงช่วงทดเวลาจากการต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 120 จะหมดเวลาอยู่แล้ว ทางทีมกานาได้ลูกเตะมุม และจะข้ามเส้นอยู่แล้ว แต่หลุยซ์ ซัวเรซ กลับสวมบทผู้รักษาประตูจำเป็น ใช้มือปัดบอลออกมา จนทำให้ถูกใบแดงและโดนจุดโทษ และคนที่รับหน้าที่สังหารคือ กียาน ของกาน่า ซึ่งถ้ายิงเข้าก็จะผ่านเข้ารอบแปดทีมสุดท้ายทันที แต่แล้ว เค้ากลับยิงไปชนคาน พร้อมกับผู้ตัดสินเป่าจบเกม ทำให้ทั้งคู่ต้องไปดวลจุดโทษ และดราม่าก็หนักเข้าไปอีก เพราะกานา เป็นฝ่ายแพ้จุดโทษต่อ อุรุกวัย ซึ่ง ซัวเรซ กลายเป็นฮีโร่ ของคนทั้งประเทศอุรุกวัย ไปโดยทันที

และรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กับ ทีมชาติเสปน ที่มีดราม่าและซีนประทับใจ ที่นักเตะเนเธอร์แลนด์ อย่างเดอยองค์ ก็โดดกังฟูสองขาถีบเข้าไปที่ท้องของ ซาบี้ อลอนโซ่ แต่กลับไม่ถูกไล่ออก และซีนประทับใจในนาทีที่ 116 ที่อินเนียสต้า ยิงประตูชัยให้กับทีม พร้อมกับถอดเสื้อที่มีข้อความไว้อาลัย ให้กับเพื่อนของเค้าที่ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว และเป็นนักเตะทีมชาติสเปนเหมือนกัน ของทีมเอสปันญ่อล ซึ่งถือว่าซาบซึ้งเอามากๆ 

และเหตุการณ์เหล่านี้จะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลตลอดไป

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนเรื่องราว  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

20 สนามที่มียอดผู้ชมสูงสุดในโลกซีซั่นนี้

ฟุตบอลคงไม่น่าติดตามเลยถ้าหากไม่มีแฟนบอล ทั้งในช่วงเวลาที่ดีและเลวร้ายแฟนบอลมักจะยึดติดกับทีมและให้กำลังใจผู้เล่นอยู่เสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การได้เล่นต่อหน้าแฟน ๆ ของตัวเองเป็นความได้เปรียบของเจ้าถิ่น แล้วทำไมพวกคุณถึงคิดว่าสนามอย่าง คัมป์ นู หรือ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เป็นที่รู้จักในฐานะป้อมปราการล่ะ?

เพราะมันมีขนาดใหญ่มาก ๆ มันสามารถข่มขู่ทีมเยือนด้วยความเกรงขาม แต่ทีมใดล่ะที่มีค่าเฉลี่ยผู้ชมเข้าร่วมสนามสูงสุดในโลกในฤดูกาลนี้?

เราลองมาเช็ค 20 สนามที่เปิดเผยโดย Transfermarkt กัน

1 – โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ | ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค | 81.132

2 – บาเยิร์น มิวนิค | อัลลิอันซ์ อารีน่า | 75.000

3 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด | 72.569

4 – บาร์เซโลน่า | คัมป์ นู | 72.438

5 – เรอัล มาดริด | ซานติอาโก้ เบร์นาเบว | 66.242

6 – อินเตอร์ มิลาน | จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า | 65.800

7 – ชาลเก้ 04 | เฟลทินส์ อารีน่า | 61.293

8 – ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ | ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม | 59.485

9 – กลาสโกว์ เซลติก | เซลติก ปาร์ค | 57.821 

10 – แอตเลติโก มาดริด | ว่านต๋า เมโตรโปลิตาโน่ | 57.293

11 – เวสต์แฮม ยูไนเต็ด| ลอนดอน สเตเดี้ยม | 55.313

12 – อาร์เซน่อล | เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม | 55.255

13 – เอซี มิลาน | ซาน ซีโร่ | 54.670

14 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | เอติฮัด สเตเดี้ยม | 54.391

15 – อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม | โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า | 53.404

16 – ลิเวอร์พูล | แอนฟิลด์ | 53.116 

17 – เบนฟิก้า | เอสตาดิโอ ดา ลุซ | 52.952

18 – โอลิมปิก มาร์กเซย | สต๊าด เวโลโดรม | 52.424

19 – สตุ๊ตการ์ต | เมอร์เซเดส-เบนซ์ อารีน่า | 51.847

20 – โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค | โบรุสเซีย พาร์ค สตาดิโอน | 50.911

 

แฟนบอลชาวเยอรมันมีความหลงใหลต่อกีฬาฟุตบอลอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะเห็นเหล่าสโมสรของบุนเดสลีกาครองตำแหน่งในลิสต์รายชื่อมากมาย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนเรื่องราวดีๆโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

คริสติโน่ โรนัลโด้

คริสติโน่ โรนัลโด้ จากเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก ก้าวสู่การเป็นนักเตะอาชีพที่บ้านเกิดโปรตุเกส กับสโมสรสปอร์ติ้ง ลิสบอน จากนั้นฝีเท้าไปเข้าตาสุดยอดกุนซือ อย่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และดึงตัวหนุ่มน้อยนึ้มาสู่โรงละครแห่งความฝัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมภาระอันหนักอึ้ง ที่ถูกมองไว้ว่านี้คือ ตัวแทนของเดวิด เบ๊คแฮม ตำนานเบอร์เจ็ด คนเก่า ที่ทิ้งผลงานสุดยอดไว้อย่างมากมาย แต่ใครจะรู้เหล่าว่านักเตะหนุ่มคนนี้ ที่มีนามว่า คริสติโน่ โรนัลโด้ จะกลายเป็นสุดยอดนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก

ถึงแม้ว่าช่วงแรกของการมาอยู่ที่โรงละครแห่งความฝันนั้น คริสติโน่ โรนัลโด้ ต้องถูกตำหนิและต่อว่าจากแฟนบอลอย่างมากมาย เพราะด้วยเล่นที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัวและพยายามจะฝืนเลี้ยงฝ่าคู่แข่งเข้าไปยิงประตู จนถึงขนาดแฟนบอลรุ่นจิ๋วถึงกับทำท่าทางสับขาไปสับขาไป ระหว่างเลี้ยงบอลเอามาเป็นที่ล้อเลียนของแฟนบอลในยุคนั้น แต่แล้ว เพชรก็คือเพชร เพราะโรนัลโด้ ได้พิสูจน์แล้วว่าเค้าคือของจริง เพราะหลังจากนั้นอีกไม่นาน โรนัลโด้ ระเบิดฟอร์มอย่างมากมาย ทั้งเลี้ยง ทั้งยิง ทั้งจ่าย จนถึงกระทั่งกลายเป็นนักเตะที่ทาง อเล็ก เฟอร์กูสัน ไม่อาจขาดเค้าได้ แต่ไม่ว่าฟอร์มจะเก่งขนาดไหน โรนัลโด้

ในช่วงนั้นก็ยังคงเป็นเด็ก และทำเรื่องที่ไม่ควรจะทำ นั่นคือการมีเรื่องราวเป็นที่กังขา กับนักเตะที่มีอิทธิพลที่สุดในยุคนั้น ของแมนยู นั่นคือ เวนย์ รูนนี่ ซึ่งเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในฟุตบอลโลกที่ทั้งอังกฤษและโปรตุเกส ต้องพบกันเอง และก็เป็นโรนัลโด้ ที่เล่นละครตบตากรรมการ ทำให้รูนนี่ โดนไล่ออก

แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ตรงที่กล้องทีวี ดันไปจับภาพที่โรนัลโด้ ไปขยิบตาให้กับเพื่อนร่วมทีมของเค้าเหมือนกับว่า ฉันทำสำเร็จหล่ะ ผลสุดท้ายอังกฤษก็แพ้ตกรอบไป พอกลับมาอังกฤษ โรนัลโด้ กลายเป็นจำเลยของคนอังกฤษกับแมนยู ไปโดยปริยาย สุดท้ายเค้าก็ย้ายไปอยู่กับ รีลมาดริด ราชันชุดขาว และนั่นคือปรากฎการณ์อันสำคัญที่ทำให้เค้ากลายเป็นนักเตะที่สุดยอดและเก่งที่สุดในโลก

เพราะที่นั่น คริสติโน่ โรนัลโด้ ได้ฝึกวิชาและพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นนักเตะระดับโลก และพาราชันชุดขาว กวาดแชมป์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นลาลีกา โคปปาเดย์เร่ย์ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก แชมป์สโมสรโลก หรือแม้แต่พาทีมชาติโปรตุเกสคว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรก ส่วนรางวัลส่วนตัว ได้ดาวซัลโวสลับไปมา กับเมสซี่ และบังลังดอร์ แทบจะสลับกับ ลีเนลโอ เมสซี่ ทุกๆ ปี เรียกว่าทั้งสองคนนี้ เกิดมาเป็นคู่รักคู่แค้นกันจริงๆ ส่วนปัจจุบัน โรนัลโด้ ได้ย้ายไปกวาดแชมป์ที่อิตาลีเป็นที่เรียบร้อย

วิทยา เลาหกุล อันดับ 2 สุดยอดนักเตะแดนสยาม

นักเตะในประวัติศาสตร์สยามประเทศนั้นเป็นนักเตะที่ไม่ได้สร้างความตื่นตาให้กับคนทั้งโลกก็จริง แต่ว่าถ้าเทียบกับในสยามประเทศเรานั้น ต้องถือว่านักเตะที่เก่งกาจเหล่านี้เป็นดั่งฮีโร่ของประเทศเรากันทั้งนั้น แล้วก็เป็นยังจุดกำเนิดของความนิยมต่อๆมาประเทศเราอีกด้วย วันนี้เรามารู้จักนักเตะกองกลางสุดแสนจะเก่าแก่ของประเทศเรา วิทยา เลาหกุล ซึ่งถึงจะเป็นรุ่นเก่าขนาดนั้นแต่ประวัตินั้นบอกเลยว่าสุดแสนจะเลิศเลออย่างมาก

เขานั้นตอนนี้ก็อายุเยอะมากแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นตำนานสุดเก่งของประเทศเรา

คนยุคใหม่อาจจะไม่ได้รู้จักเขามากนัก แต่เขานั้นได้สร้างผลงานไปอย่างมากมาย เพียงเริ่มเล่นก็ได้รางวัลชนะเลิศของการแข่งเขตแล้วก็พร้อมมาด้วยเป็นนักเตะที่ได้รับตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมไปด้วย จากนั้นผลงานของเขาก็แตะตาแมวมองทุกผู้ทุกนาย แล้วก็เขาก็ได้รับโอกาสมากมายไม่ว่าจะได้ไปเล่นที่ กทม ตอนนั้นก็ยังได้ชิงแชมป์ยังต่างประเทศอีกหลายรายการ

จนเมื่อถึงเวลาเขาก็ได้ติดทีมชาติชุดใหญ่ก็ยังได้ไปแข่งกับเหล่าทีมโหดๆยังบอลนานาชาติต่างๆ ตอนนั้นเองที่เขานั้นได้โอกาสสุดสำคัญให้ไปอยู่กับลีกญี่ปุ่น เขากลายเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในลีกญี่ปุ่น แล้วก็ยังแถมได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมที่นั้นอีกด้วย สิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยคือ กองกลางคนนี้คือนักเตะไทยคนแรกที่ได้ไปอยู่กับทีมของยุโรป

โดยลีกนั้นคือลีกเยอรมันในทีมที่รู้จักกันดีอย่าง แฮร์ธาเบอร์ลิน แล้วก็ยังได้ไปเล่นให้กับอีกหลายๆทีม จนทำให้เขานั้นได้รับฉายาจากทางลีกเยอรมันว่า ไทยบูม แต่หนทางของเขานั้นก็ยังได้ไปอีกเรื่อยๆ ทั้งกลับมาเล่นให้กับลีกไทยอีกครั้ง แล้วก็ยังไปลีกญี่ปุ่นอีกหลายทีมเลย ถือว่าเป็นนักเตะที่สุดยอดจริงๆ ผลงานที่ดีที่สุดของเขาคือการพาทีมชาติไทยไปเอาถ้วยซีเกมส์มาได้ถึงสองครั้งนั้นเอง 

 

ขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้จาก  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

Mark Henry นักมวยปล้ำรายได้อันดับ 10 ของโลก

ไม่ว่าใครหรือแฟนๆคนไหนของวงการนี้ ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า เขาผู้นี้คืนผู้ที่เป็นนักมวยปล้ำที่แข็งแรงที่สุดในโลก ดูจากรูปร่างทรวดทรงแล้ว ช่างน่าเกรงขามเหลือขนาด หน้าตาก็ดุดัน เปรียบเสมือนมิสเตอร์อันเชนในการ์ตูนบากิเลย เป็นมนุษย์กล้ามเนื้อของแท้ เขาเป็นอดีตแชมป์โลกของสมาคม WWE เขาโด่งดังอย่างมากและมีแฟนๆให้ความนิยมเขาอย่างล้นหลามให้ปี 1996 ด้วยเหตุการณ์ที่ถูกจาลึกและจดจำได้เป็นอย่างดี คือการที่เขาได้ใช้ท่าไม้ตายสุดโหดของเขาใส่ Jerry the king lawler

จนทำให้ผู้บริหารของสมาคมอย่าง Vince Mcmahon ถูกอกถูกใจเป็นอันมาก เลยจับเซ็นสัญญาว่าจ้างไปยาวๆถึง 10 ปีเลยทีเดียว และก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาสามารถขว้าแชมป์ได้อีกหลายต่อหลายแชมป์ ทั้ง ECW, World Heavyweight Champion และก็ได้รับรางวัล Slammy Awards ซึ่งเป็นรางวัลหนึ่งในเกียรติยศเลย มอบให้กับนักมวยปล้ำดีเด่นประจำปี โดยจะพิจารณาในแมทช์การปล้ำที่เด่นที่สุด เขาจึงมีรายได้ต่อปีติดอันดับโลกด้วยเหตุนี้ 30 ล้านบาทต่อปี

เขาได้รับบทบาทส่วนมากจะเป็นฝ่ายอธรรมมาโดยตลอด เปรียบเสมือนเป็นคู่ปรับกับซีนา มาโดยตลอด เขาเคยแพ้ให้กับซีนา แต่ซีนาก็แสดงน้ำใจนักกีฬาด้วยการเขาไปจับมือกับเฮนรี่และกอดเขา แต่เฮนรี่กลับใช้ท่าไม้ตายใส่สีนาซะงั้น พร้อมกับโยนเข็มขัดแชมป์ ใส่หน้าซีนา และเขาก็พูดว่าอยากจะขอปล้ำกับซีนาอีกครั้งเป็นการล้างแค้น แต่กลับโดน เดอะชิลด์ มารอบกัดแล้วจับเฮนรีใส่ ท่าไม้ตาย

จากนั้นก็กลับตาลปัตเลย กลับมาอีกครั้งในบทบาทฝ่ายธรรมะและเป็นคู่กัดกับ เดอะชิลด์ และสุดท้ายเขาก็ได้จับมือกับ แวนแดม และบิ๊กโชว์ ปราบแก๊ง เดอะชิลด์ในที่สุด และเขาก็ได้อำลาวงการด้วยแมตช์สุดท้าย คือแบทเทิลรอยิล แต่เขาก็ไม่ได้รับชัยชนะ และหลังจากที่เขาลาสังเวียนเขาก็ได้เสนอชื่อเขาหอเกียรติยศ โดยที่เขาก็แอบมาขึ้นสังเวียนบ้าง เป็นงานเฉพาะกิจ แต่ก็ไม่เคยได้รับชัยชนะอีกเลย

 

 

สนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน