จอนซีน่า

John Cena ลำดับ2

John-Cena

นักกีฬามวยปล้ำอีกคนที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เขาคนนี้ก็โลดแล่นสู่จุดสูงสุดของวงการเช่นกัน

John-Cena เขาเป็นขวัญใจของแฟนหลายๆช่วงอายุ ทั้งเด็กเล็กๆทั้งหลาย และบรรดาแม่ยกทั้งหลาย รู้จักในฉายา “จอนซีน่าห้าท่า” เขาปราบทุกคนใน WWF จนกลายเป็นมือวางอันดับหนึ่งตลอดการเช่นเดียวกับ The Rock  เขาผู้นี้มีสินค้ามากมายที่ใช้ชื่อของเขา

แล้วมันก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า สร้างรายได้ให้สมาคมมากมายจนกลายเป็นยุครุ่งเรื่องในช่วง PG Era นี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหล่าแฟนๆผู้ชายทั้งหลายจะไม่ค่อยชอบเขาคนนี้ เพราะว่าเขาคนนี้ไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่สักเท่าไหร่ และเค้าก็ทำให้ผู้คนหมั่นไส้ในบทบาทผู้ผดุงธรรมตลอดเว…

แต่ทุกคนก็ต้องยอมรับในจุดนี้ว่า เขาฝึกฝนและทำงานอย่างหนักเพื่อนแฟนๆทุกคนโดยตลอดแบบไม่หยุดหยอนเลย

จนทำให้เขาเกิดอาการบาดเจ็บจนหายหน้าหายตาไปจากวงการ ถ้าเทียบกับเงินที่เขาทำได้ 95ล้านบาทต่อปี มันค่อนข้างเอามาวัดกับมูลค่าทางใจของเขาที่เขาได้ลงแรงทุมเทมา ทั้งการทำงานหนัก ทั้งการออกอีเว้นท์ สินค้าเขาขายดี เขาควรจะได้รับรายได้มากกว่านี้อีกนะ แต่ถ้าให้พูดกันตรงๆ เงินเหล่านี้ที่เค้าทำได้ก็ไม่ได้สามารถเอามาวัดอะไรได้

เพราะเหล่าตัวท็อปของวงการนี้เขาคือผู้ที่ได้เงินค่าเดินทางแยกออกมาต่างหากเยอะมากๆ

รวมถึงเงิน Bonus ต่างๆในแต่ละอีเว้นท์ของเขาอีกมหาศาล เขาสามารถทำงานเพียงแค่ปีเดียวแล้วเลิกทำอาชีพนี้ไปถลุงใช้เงินได้สบายเลยทีเดียว เพราะฉนั้นก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าเขาคนนี้ทุมแทกายใจให้กับวงการอาชีพนี้อยู่ตลอดจนถึงปัจจุบันเลย และเราอาจจะเห็นได้ว่าเขาพยายามจะเข้าสู่วงการการแสดง เราจะได้เห็นผลงานของเขาอยู่บ้าง แต่ก็ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของเขา ยังไม่สามารถดังเปรี้ยงแบบ The Rock คนดังของเราได้

ยังไงแล้วเราทุกคนควรให้กำลังใจและสนุบสนุนผลงานของเขาเป็นการตอบแทนความทุมเทของเขากัน

ฟุตบอล

ประโยชน์กีฬาฟุตบอล ที่ทำให้ห่างไกลโรคภัย

Football เล่นฟุตบอล 15 นาที ลดพลังงานสะสมได้ 200 กิโลแคลอรี

          FIFA ทดลองพบว่าการเล่น Football ในร่มนาน 30 นาที 90 เปอร์เซ็นต์ของการเล่น (เท่ากับ 27 นาที) ระดับการทำงานของหัวใจจะเพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีผลต่อหัวใจ ปอด และการไหลเวียนโลหิตดีพอ ๆ กับการออกกำลังกายอื่น ๆ ที่สำคัญ ไม่ว่าใครจะเล่นตำแหน่งใด ทุก ๆ 15 นาที สามารถใช้พลังงานออกไปประมาณ 110-200 กิโลแคลอรี ซึ่งดีพอ ๆ กับการวิ่งจ๊อกกิ้ง และการเล่นสกี และดีกว่าผู้ที่เล่นกีฬาเทนนิส

เล่นฟุตบอลเยียวยา 5 โรคร้าย

          การเล่นฟุตบอลมีประโยชน์ในการรักษาโรคมากมาย เช่น มีหลักฐานแน่ชัดว่า ผู้ป่วยโรคหืดหอบจะดีขึ้นได้จากการออกกำลังกาย

          โรคเบาหวาน มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ใช้วิธีการควบคุมอาหาร ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ระดับน้ำตาลลงมาสู่ปกติ จนไม่ต้องฉีดยาอินซูลิน หรือกินยาลดระดับน้ำตาลหรือถ้าต้องใช้ก็เป็นจำนวนที่น้อยลง

          โรคความดันโลหิตสูง การออกกำลังกายจะช่วยให้หลอดเลือดแดงมีความยืดหยุ่นดีขึ้น ความดันโลหิตลดลงได้

          โรคถุงลมโป่งพอง เหนื่อยง่าย การออกกำลังกาย ช่วยให้การทำงานของระบบหัวใจ การไหลเวียนโลหิต และระบบการหายใจดีขึ้น

          โรคไขมันในเลือดสูง การออกกำลังกายจะช่วยลดปริมาณไขมันตัวเลว (LDL) และเพิ่มปริมาณไขมันตัวดี (HDL) ให้มากขึ้น

เล่นฟุตบอลป้องกันโรคกระดูกพรุน

          การออกกำลังกายจะทำให้มีการยืดหดของกล้ามเนื้อ ต่างกับคนที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างเช่น ผู้ที่เป็นอัมพาตซึ่งจะทำให้กระดูกบางลงเรื่อย ๆ

Footballเล่นฟุตบอลป้องกันโรคหัวใจและสมองขาดเลือด

        เพราะหลอดเลือดในผู้ที่ออกกำลังกายจะมีความยืดหยุ่นดี มีโอกาสเกิดหลอดเลือดแข็งตีบตันได้น้อย ไขมันในเลือดก็ลดลงด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมองไม่ตีบตัน โอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจขาดเลือด สมองขาดเลือด หรือ Stroke หรือการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตทั้งหมดจะลดน้อยลง

 

เล่นฟุตบอลป้องกันโรคความดันโลหิตสูง

          เพราะหลอดเลือดแดงไม่ตีบตันง่าย ยืดหยุ่นได้ดี ไม่แข็งตัวไปตามอายุที่มากขึ้น เวลาหัวใจเต้นบีบตัวส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ก็จะไม่มีแรงต้านกลับมาก ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคความดันโลหิตสูง


เล่นฟุตบอลป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และเต้านม


          มีหลักฐานเชื่อได้ว่า ในผู้ที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะพบสถิติการเกิดมะเร็งเหล่านี้น้อยกว่ากลุ่มผู้ไม่ออกกำลังกาย

เล่นฟุตบอลป้องกันโรคซึมเศร้า อ่อนเพลียง่าย
เพราะกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น จะทำให้สุขภาพกายโดยรวมดีขึ้นออกกำลังกายมีฮอร์โมนหลั่งออกมา ทำให้สมองปลอดโปร่งร่างกายมีความสุขมากขึ้น

เล่นฟุตบอลป้องกันโรคอ้วน

  การเล่นฟุตบอลจะทำให้ไขมันส่วนเกินลดลง การออกกำลังกายโดยใช้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ช่วยกำจัดไขมันออกจากส่วนเกินบริเวณรอบ ๆ เอว

สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

Manchester-City-Club การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ เกิดขึ้นในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2551 หลังจากที่ กลุ่มแนวร่วมการลงทุนอาบูดาบี (Abu Dhabi United investment group – ADUG) ได้ดำเนินการเข้าซื้อกิจการของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

Manchester-City-Club

จากเจ้าของเดิมคือ ดร.ทักษิณ ชินวัตร และหลังจากนั้นไม่นาน

กลุ่มแนวร่วมการลงทุนอาบูดาบี ก็แสดงศักยภาพการบริหาร ศักยภาพทางการเงิน ให้เหล่าบรรดาแฟนบอลของ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ และเหล่าสโมสรคู่แข่งใน ลีกฟุตบอลอังกฤษ ได้เห็นด้วยการดึงตัวผู้เล่นระดับแนวหน้าของโลกมาร่วมทีม ในช่วงแรกนักเตะที่สร้างความฮือฮามากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ศูนย์หน้าคนสำคัญของทีมคู่แข่งร่วมลีกฟุตบอลอังกฤษ อย่าง สโมสรท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ หรือการดึงตัว โรบินโญ่ นักเตะชื่อก้องโลกชาวบราซิล

ซึ่งในขณะนั้นค้าแข้งอยู่กับ สโมสรเรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ของโลก และยักษ์ใหญ่ประจำ ลา ลีกา ลีกฟุตบอลของประเทศสเปน และหลังจากนั้นก็ยังมีการดึงผู้เล่นระดับโลกเข้ามาอีกมากมาย แต่ถึงแม้การดำเนินงาน การลงทุนต่างๆ ของ กลุ่มแนวร่วมการลงทุนอาบูดาบี จะเป็นไปได้อย่างดี ผลักดันให้ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ ก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรระดับแนวหน้าของ ลีกฟุตบอลอังกฤษ จนสามารถทำลายชื่อเดิมอย่าง ทีมท็อปโฟร์ ที่ประกอบไปด้วย

สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด(Manchester-City-Club) คู่ปรับร่วมเมือง, สโมสรลิเวอร์พูล, สโมสรเชลซี และ สโมสรอาร์เซน่อล ได้สำเร็จ

และเปลี่ยนมาเป็น ทีมท็อปซิก (ซึ่งมี ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ สอดแทรกขึ้นมาด้วยอีกหนึ่งทีม) ที่ใช้เรียกกันอยู่ในปัจจุบัน แต่กว่า สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ จะสามารถคว้า แชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้สำเร็จก็ต้องรอมาจนถึง ฤดูกาล 2011-2012 ภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต มันชินี ผู้จัดการทีมชาวอิตาลี ซึ่งในเวลานั้นมีนักฟุตบอลคนสำคัญอย่าง ยาย่า ตูเร่, ดาวิด ซิลบา, มารีโอ บาโลเตลลี, ซามีร์ นาสรี, คาร์ลอส เตเบซ และ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ศูนย์หน้าชาวอาร์เจนติน่า ที่เป็นกำลังหลักของทีม (ซึ่งปัจจุบัน เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ยังคงเป็นศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งของทีม และสร้างผลงานที่ดีได้อย่างต่อเนื่องให้กับทีม) 

Pep-Guardiola

ข่าวสารกีฬา แวดวงกีฬาที่มาแรง

เป๊ป กวาดิโอล่า (Pep-Guardiola) ได้ลงเล่นให้บาร์เซโลน่า

Pep-Guardiola

Pep-Guardiola ในยุคทริปเปิ้ลแชมป์ปีนั้น91/92 เล่นในตำแหน่งถนัดของเค้าคือมิดฟิลด์ตัวรับ เป็นห้องเครื่องคอยบัญชาเกมยืนอยู่หน้าแผงหลัง 3 คนอันแข็งแกร่งซึ่งมีหัวใจสำคัญก็คือ โรนัลด์ คูมันตัวกวาดสายเลือดดัชต์ โดยในแนวรุกประกอบไปด้วยสตาร์คับคั่งอย่างมิดฟิลด์ตัวทำเกมอย่าง ไมเคิล ลาวด์ดรุ๊ป กองกลางสัญชาติฮอลแลนด์

และกองหน้าดาวยิงอย่าง ฮริสโต้ สนตอยช์คอฟ (Hristo Stoichkov) กองหน้าพรสวรรค์สูงถนัดซ้าย และมีฟอร์มการเล่นอันดุดันเป็นเอกลักษณ์ ดาวยิงสัญชาติ “บัลแกเรีย”ผู้นี้มีสมญานามว่า “เจ้าวัวบ้า” ยิงประตูทั้งหมด 17 ประตู จากการลงเล่น 32
นัดในฤดูกาลนั้น

ฤดูกาลถัดมา ในปี 92/93 บาร์เซโลน่า สามารถป้องกันแชมป์ ลาลีกา สเปน เอาไว้ได้โดยเอาชนะอันดับสองอย่าง เรอัล มาดริด คู่ปรับเจ้าเดิม และบอลถ้วยอย่าง SupercopaDe Espana ก็ยังป้องกันแชมป์ได้เหมือนเดิมเช่นกัน เอาชนะคู่ปรับเจ้าเดิม เช่นกัน
แต่คราวนี้ชนะขาด ชนะแอตแลติโก้ มาดริดไปด้วยสกอร์รวม 5-2 และได้ถ้วยแชมป์UEFA Super Cup เอาชนะเวรเดอร์ เบรเมน ทีมจากลีกเมืองเบียร์ เยอรมันไปได้ สกอร์รวม3-2 แต่ถ้วยบอลยุโรป อย่าง UEFA Champions Leagueไม่สามารถแม้แต่เข้ารอบชิงไปป้องกันแชมป์ได้

ทำผลงานน่าผิดหวังตกรอบตั้งแต่รอบสอง โดย CSKA Moscow จากลีกรัสเซียยัดเยียดความปราชัยให้ปี 93/94 บาร์เซโลน่ายังคงความยิ่งใหญ่ครองแชมป์ได้อีกครั้ง เป็นการครองแชมป์ 4สมัยติด ของบาร์เซโลน่า ( 93/94 , 92/93 , 91/92 , 90/91) และนับเป็น 3สมัยติดของเป๊ป กวาดิโอล่า ในปี 93/94 นี้บาร์เซโลน่าครองแชมป์พร้อมพ่วงด้วยดาวซัลโวจากดาวยิงเลือดบราซิเลียนอย่าง
โรมาริโอ้ ที่กดไปทั้งหมด 30 ประตูทั้งฤดูกาลปี 94/95 บาร์เซโลน่าเสริมทัพคว้า จอร์จี้ ฮาร์จี้ กองกลางชาวโรมาเนียเข้ามา

แต่ว่าก็ไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ แถมผลงานน่าผิดหวังจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4เท่านั้น และไม่ได้แชมป์รายการอื่นใดติดไม้ติดมือเลยซักรายการเดียวในปี 97/98 เป๊ปถึงจะได้มีโอกาสสัมผัสถ้วยแชมป์ลีก ลาลีกา อีกครั้ง โดยในปีนี้เป๊ปซึ่งเป็นรุ่นพี่ซีเนียร์ในทีม เล่นเคียงข้างกับดาวรุ่งอย่าง ซาบี้(ผู้ซี่งเป็นหัวใจของบาร์ซ่าในเวลาถัดมา) กับกองหลังผมพริ้วอย่าง คาร์เลส ปูโยว

กองกลางตัวทำเกมก็มีหลุยส์ ฟิโก้เป็นสตาร์ของทีม พร้อมด้วย ริวัลโด้ ที่พึ่งซื้อมาจากเดปอร์ติโว ลา คอรุนญ่า ค่าตัวสูงถึง 23.5 ล้านยูโร