เอฟเวอร์ตัน ทำไมถึงไม่เก่งเท่าลิเวอร์พูล

หากจะพูดถึงศึกแดงเดือดคงหนีไม่พ้น แมนยู กับลิเวอร์พูล แต่หากจะพูดถึงศึกดาร์บี้แมตช์ที่ความเข้มข้นนั้นไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลย คงเป็นศึกร่วมเมืองเมอร์ซี่ย์ไซด์ ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งว่ากันว่าไปแล้วนั้น สาวกทอฟฟี่สีน้ำเงินเคยบอกไว้ว่าแพ้ใครแพ้ได้ แต่ต้องไม่ใช่แพ้ลิเวอร์พูล เพราะทั้งสองทีมนี้เหมือนคู่รักคู่แค้นที่เกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนถึงขนาดว่าหากคนในบ้านเดียวกันนั้น

เชียร์กันคนละทีมระหว่าง เอฟเวอร์ตัน กับลิเวอร์พูลนั้น ก็ต่อยปากกันเองมาแล้ว แต่เหตุผลหนึ่งที่เอฟเวอร์ตันนั้น ไม่สำเร็จเท่ากับหงส์แดง ก็อาจจะเป็นเพราะว่านักเตะตัวเก่งๆ ของเค้านั้น มักจะโดนทีมอื่นๆซื้อตัวกันไปหมด ซึ่งหากลองไล่รายชื่อแล้วนั้น แทบจะจัดเป็นยอดทีมได้เล่น ซึ่งได้แก่

โรมิอู ลูกากู ศูนย์หน้าชาวเบลเยี่ยม ที่ครั้งหนึ่งเอฟเวอร์ตัน เคยยืมตัวมาจากสิงห์บลู และโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมยิงเป็นกอบเป็นกำ ถึงขนาดที่เอฟเวอร์ตันต้องซื้อมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง แต่แล้วก็เจ้าเดิม แมนยูไนเต็ด ก็มาฉกของรักของชาวทอฟฟี่ไปอีก และผลก็ลงเอยที่นักเตะไม่สามารถสร้างชื่อได้กับผีแดง เหมือนกับเฟอไลนี่ จนต้องย้ายไปซบงูใหญ่ที่อินเตอร์ แทน

เคราด์ เดลูเฟ นักเตะที่ถูกยืมมาจากบาร์เซโลน่า และเช่นเดียวกันที่เอฟเวอร์ตัน มองเห็นถึงความสามารถของเค้าจนต้องขอซื้อขาดมาจากเจ้าบุญทุ่ม และสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนเมื่อบาร์ซ่า เห็นถึงความเก่งกาจฉายแววออกมา จึงใช้ข้อเสนอในสัญญาที่ว่ามีสิทธิ์ที่จะซื้อกลับไปได้ จนสุดท้ายนักเตะคนนี้ก็ต้องจำใจออกจากรังทอฟฟี่ไป และกลับรังเจ้าบุญทุ่ม แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จและปัจจุบันกลับมาเล่นในอังกฤษกับแตนอาละวาด วัตฟอร์ด และทำผลงานได้ดีในตอนนี้

กานา เกย์ กองกลางผึ้งงานที่มีลักษณะการเล่นคล้ายกับ กองเต้  ดีกรีทีมชาติเซเนกัล ว่ากันว่าหากไม่มี กองเต้ นั้นตัวเค้าเองน่าจะกลายเป็นกองกลางผึ้งงานที่ดีที่สุดในอังกฤษ แต่เพชรก็เป็นเพชร เมื่อฟอร์มของเค้าไปเข้าตายักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส ปารีสแซงแชร์แมงค์ และตัวเค้าก็ไม่ทำให้แฟนบอลปารีสผิดหวัง เพราะเมื่อย้ายไปก็ร่วมกันช่วยคว้าแชมป์ลีกเอิงให้กับปารีสได้เป็นผลสำเร็จในทุกวันนี้

ซึ่งหากนักเตะเหล่านี้ ยังรวมตัวและเล่นให้กับทอฟฟี่สีน้ำเงินนั้น เชื่อเหลือเกินว่า ดาร์บี้แมตช์ของหงส์แดงกับเอฟเวอร์ตัน คงเตะกันไฟแลบกว่านี้แน่นอน

 

สนับสนุนโดย  สล็อตฝากขั้นต่ำ 50

โค้ช ปาร์ค จูบอง สุดเศร้าที่ไม่สามารถที่จะเอาลูกทีมมาซ้อมรวมกันได้  

    ปาร์ค จูบอง เฮดโค้ชแบดมินตันทีมของชาติญี่ปุ่น  ที่เกิดอาการซ่ายหัวเพราะว่าไม่สามารถที่จะเอาลูกทีมนั้นกลับมาซ้อมให้เป็นเต็มรูปแบบได้

      โค้ชของแบดมินตันชาวเกาหลีใต้ได้กล่าวว่า  ทางญี่ป่นเขาได้ปลดล็อกมาตรการไปเมื่อวันที่ 26 ของเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา  แต่ว่าเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถที่จะกลับมารวมตัวกันได้ เพราะว่าเราต้องมารวมตัวเพื่อที่จะได้ฝึกซ้อม แต่ว่าก็เกิดการเกิดปัญหา เช่นเดี่ยวกับผู้เล่นรายอื่นๆ ที่พวกเขานั้นไม่สามารถที่จะมาร่วมเล่นเป็นทีมได้นั่นเอง   ในการที่เราต้องกลับมาเพื่อที่จะข้าการฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติหลังจากที่จบศึกออล  อิงแลนด์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  เนื่องจากที่เรารู้กันอยู่ว่าเราเกิดสถานโควิด 19 นั่นเอง  

      โดยนักกีฬาทุกคนนั้นได้ฝึกซ้อมกับทางต้นสังกัดทีมของตัวเอง  และในตอนนี้นั้นไม่สามารถที่จะกลับมาร่วมทีมใหญ่ได้เกิดจากปัญหาของโรคโควิดนั่นเอง  ก็เลยที่จะไม่เป็นเรื่องที่ง่ายที่จะมาฝึกซ้อมว้อมในแคมป์ทีมชาติชุดใหญ่ได้นั่นเอง  เพราะว่าเราต้องมีกฎที่เราต้องปฏิบัติอีกมากมาย  ที่เราต้องทำตามกฎและในตอนนี้เราก็ต้องเจอกับปัญหาที่เราต้องเจอคือการที่เราไม่สามารถที่จะไปห้องพักศูนย์ฝึกอบรม  หลังจากทางต้นสังกัดนั้นได้ปล่อยให้นักกีฬานั้นกลับกรุงโตเกียวไป เพราะว่ามันเกิดการเสี่ยงที่เราจะรับกับโรคโควิด 19 นั่นเอง  ที่ในตอนนี้นั้นสถานการณ์นั้นยังไม่สิ้นสุดนั่นเอง  

       ทางปาร์ค  จูบองนั้นได้ออกมาพูดว่า  ซึ่งในตอนนี้นั้นเราคงที่จะไม่มีเวลาที่มากพอเพราะว่าทาง สหพันธ์แบดมินตันโลกได้กำหนดรีสตาร์ทโปรแกมเอาไว้แล้ว  ว่าจะมีการการแข่งขันขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้  แต่ว่าพวกเรานั้นไม่สามารถที่จะกลับมารวมตัวกันได้นั้นเป็นในแนวทางที่ยากลำบากที่จะมารวมตัวได้นั่นเอง  

   แต่ถ้าเรานั้นสามารถที่จะกลับมารวมตัวกันได้นั้นจะเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเพราะว่าเราจะสามารถที่จะยิ้มออกในการที่เราจะได้กลับมาเล่นหรือว่ารวมตัวทีมกันเพราะว่าสภาพร่างกายของเรานั้นไม่เหมือนกัน  ดังนั้นเราทุกคนต้องรู้จักการผ่อนคลายและฟิตร่างกายให้แข็งแรงเพื่อที่จะได้มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด  

       และในตอนนี้นั้นสถานการณ์ของโรคโควิดนั้นเป็นที่แพร่ระบาดเป็นอย่างมากแต่ว่าทางประเทศของญี่)นนนั้นก็ได้ควบคุมสถานการณ์เอาไว้เป้นอย่างดีเพราะว่าในตอนนี้นั้นทางประเทศญี่ปุ่นไม่มีผู้ที่ติดเชื้อนั้นเองและการเสียนั้นก็ยังไม่มี  ดังนั้นเราต้องรู้จักที่จะดูแลตัวเองอย่างเคร่งคัด เพื่อที่จะได้แพร่เชื้อหรือว่ารับเชื้อมานั่นเอง  

 

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

ปั่นจักรยาน BMX กีฬาสำหรับคนชอบความท้าทาย

คนที่ชื่อนชอบการทำสิ่งที่ท้ายในชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องอะไรพวกเขามักจะเลือกสิ่งที่ท้าทายกับชีวิตที่สุดนั่นเอง และการออกกำลังกาย เล่นกีฬาต่างๆก็เช่นกัน จะมาเลือกการออกกำลังกายหรือกีฬาที่ธรรมดาทั่วไปก็อาจจะดูไม่ท้าทาย ซึ่งกีฬาที่มีความท้าทายนั้นส่วนใหญ่เป็นกีฬาที่ต้องพึ่งพาความแข็งแรงทั้งทางด้านร่างกายและความแข็งแรงทางด้านจิตใจควบคู่กันไปด้วย

ซึ่งการจะเลือกเล่นกีฬาที่มีความท้าทายนั้นผู้เล่นก่อนเล่นมักจะต้องมีการทดสอบทางด้นจิตใจมาก่อนหน้านี้ด้วย เพื่อที่เป็นสิ่งการันตรีว่า เมื่อเล่นกีฬาหรืออกกำลังกายชินนี้ไปแล้วจะไม่เกิดเป็นอันตรายทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจนั่นเอง

กีฬาการปั่นจักรยาน BMX เป็นกีฬาที่ได้ทั้งความท้าทายและความสนุกสนานด้วย โดยกีฬาการปั่นจักรยานBMXนี้นั้นก่อนจะมีการจัดตั้งเป็นกีฬาและมีการแข่งขันเกิดขึ้นนั้น เป็นกิจกรรมสำหรับคนที่ชอบความท้าทายโดยกีฬาการปั่นจักรยานBMXนั้นถือว่าเป็นกีฬาที่ค่อนข้างได้รับความสนใจอยู่เสมอ แต่จะเป็นการได้รับความสนใจเป็นช่วงๆ และมีการนิยมการเล่นเป็นแค่ช่วงๆเท่านั้น เพราะด้วยลักษณะกีฬาที่มีความท้าทาย ทำให้หลายคนเมื่อเล่นไปแล้วรู้สึกเป็นสิ่งที่ยากเกินไปสำหรับพวกเขานั่นเอง โดยกีฬาประเภทนี้นั้นจะเป็นการใช้จักรยานประเภทBMX ที่มีลักษณะเป็นจักรยานคันเล็ก

เพื่อทำให้สามารถที่จะบังคับและทำในท้วงท่าต่างได้อย่างสะดวกนั่นเอง โดยกีฬาประเภทนี้นั้นมักมีการเล่นเป็นกลุ่ม โดยในกลุ่มก็จะต้อมีผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้านนี้โดยตรงด้วย เพื่อที่จะให้คำปรึกษาในการเล่นและสามารถสอนท้วงท่าในการเล่นต่างๆได้ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยซัพพอร์ตนีกกีฬาด้วย เพราะเนื่องจากเป็นกีฬาที่มีความท้าทาย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นหรืออันตรายผู้ที่มีประสบการณ์ในด้านนี้นั้นจะสามารถดูแลและให้ความช่วยเหลือได้นั่นเอง

โดยการปั่นจักรยานBMXนั้นเป็นการเน้นการโชว์ลีลาต่างๆที่ใช้จักรยานเป็นสิ่งประกอบการเล่นท่วงท่าที่มีความตื่นเต้นและท้าทาย ทำให้อุปกรณ์ในการเล่นกีฬาชนิดนี้นั้นจำเป็นต้องมีความปลอดภัยอย่างมากแน่นอนว่าอุปกรณ์ในการป้องกันความปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก แต่โดยส่วนใหญ่คนที่เล่นกีฬาประเภทนี้นั้น

มักจะไม่ค่อยป้องกัน เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ความคล่องตัวในการเล่นนั้นต่ำลง จึงทำให้เกิดการบาดเจ็บจากกีฬาประเภทนี้อยู่บ่อยครั้งและหลายคนเจ็บหนักถึขั้นต้องนอนโรงพยาบาลเลยก็มี ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาประเภทไหนๆ ถึงแม้จเป็นคนชอบกีฬาที่มีความท้าทายก็ตามแต่การป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดการบาดเจ็บขณะเล่นกีฬานั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างมาก

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี

Baggio นักเตะทรงผมประหลาด

สุดยอดนักเตะกองหน้าแห่งทีมชาติอิตาลี สุดยอดนักเตะเทคนิคแพรวพราวสุดๆ กองหน้าคนนี้ต้องบอกเลยว่ากลายเป็นตำนานไปแล้ว รวมทั้งไม่ว่าจะเป็นทีมชาติหรือว่าทีมลีกเขาก็เป็นสุดยอดของทีมอยู่เสมอๆ แต่ก็นานมากแล้วสำหรับเขา ตอนนี้เขานั้นกลายเป็นคุณลุงอายุ 52 ไปเสียแล้ว ก็เขาเป็นนักเตะที่เกิดปี 1967 นี่นา

เขาคนนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมลีกอันดับต้นๆของตารางเสมอๆอย่าง ฟิออเรนตีนา ยูเวนตุส เอซีมิลาน อินเตอร์มิลาน จนจบท้ายด้วยทีมที่ไม่ได้โด่งดังเท่าไหร่อย่าง เบรซซา แต่ว่าเมื่อเขาเข้าไปก่อนที่จะเลิกเตะ เขาก็ทำให้ทีมอันดับดีขึ้นเร่อยๆอีกด้วย

โรแบร์โต บัจโจ นั้นได้รับชื่อเสียงอย่างใหญ่หลวง ก็ตอนที่เขานั้นได้พาทีมชาติอิตาลีไปได้ไกลมากๆ ก็ตอนเมื่อฟุตบอลโลกในปี 1994 ได้ เขาก็ว่ากันว่าเป็นเพราะศูนย์หน้าตัวนี้นี่แหละ เขานั้นเป็นความหวังของชาวอิตาลีทุกคนเลยก็ว่าได้ แล้วเขานั้นก็ได้นำทีมเอาชนะทีมสุดโหดหลายต่อหลายทีม จนสุดท้ายต้องไปเจอหินสุดแกร่งอย่างทีมชาติบลาซิล

ซึ่งตอนนั้นก็ถือว่าเป็นทีมชาติที่แกร่งที่สุดในโลกแล้วแหละ ซึ่งเขานั้นก็ดันทำพลายการยิงจุดโทษ น่าเสียดายยิ่งนัก แต่ถึงกระนั้นก่อนหน้านั้นเขาก็ได้สร้างตำนานให้ตัวเขาอย่างมหาศาลแล้วล่ะ จนกระทั้งได้รางวัลบาลงดอร์ แล้วก็ได้รางวัลนักกีฬาแห่งปีอีกด้วย ตอนที่เขาอยู่กับ เจ้าม้าลายยูเวนตุส ก็ได้ไปหลายแชมป์เลย เสียดายที่ไม่ได้แชมป์ลีก

เกรินกันมาตั้งนาน เข้าเรื่องทรงผมเขาดีกว่า จริงๆแล้วในสมัยนั้นต้องยกให้เขาเป็นนักเตะที่มีทรงผมแหวกแนวที่สุดในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ ทรงผมที่ไว้รากไทรยาวๆ แต่ว่าด้านบนตัดผมสั้นรวมถึงไถ่ข้างอีกด้วย แล้วผมพี่แกก็มีหงอกเต็มไปหมด เขาก็ไม่สน โชว์ออกไปเท่ๆเลย ทุกวันนี้ก็เลยมีคนทำทรงผมเรียบแบบเขาต่อมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ผ่านเว็บ

ล้มบอล ทรยศอาชีพ เพื่อเงิน 

 

        การล้มบอลสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกลีกในโลก ไม่ว่าจะล้มเชิงธุรกิจ ล็อคผลการแข่งขัน หรือ ล้มปูทาง ล้มแบบโจ่งแจ้งให้เห็นกันชัดๆก็มี เพราะไม่ว่าจะยังไง พนันก็คือพนัน

        การล้มบอล ล็อคผล จะได้ผละประโยชน์เฉพาะกลุ่ม เพราะการตั้งเงื่อนไขในการล้มบอลมันมีมากมาย ทั้งรายตัว หรือเป็นกลุ่มคนในทีม

มันมีผลประโยชน์ อยู่ 2 แบบ คือ แบบตัวบุคคล เช่น นักเตะ กรรมการ ไลน์แมน  และ แบบทีม

ตัวบุคคล ก็จะเป็นเรื่องของเงินล้วน ๆ

ส่วนทีม จะเป็นเรื่องผลการแข่งขัน ที่ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ เช่น เข้ารอบทั้งคู่ถ้าเสมอกัน หรือทีมที่แข่งด้วยต้องการอีก สามลูกจะเข้าตาม ก็ดันยิงได้จริง ๆ เพื่อจูงกันไป อีกอย่างสมัยนี้เกมส์กีฬาลงทุนกันสูงโดยเฉพาะฟุตบอล ลองคิดดูว่าถ้าการล็อคผลการแข่งขันได้จะเอาเงินไปลงทุนซื้อ พัฒนานักเตะทำไม เอาเงินมายัดกรรมการ จ้างทีมตรงข้ามดีกว่า ใช้เงินน้อยกว่าอีกตั้งหาก

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจะมีทีมไหนลงทุนพัฒนานักเตะกันอีกมั๊ย ถ้าถามคนดูบอล เขาก็อยากให้แข่งกันจริงๆไม่ล้มบอลอยู่แล้ว มันสนุกกว่า เพราะมันทำให้เราได้ลุ้น ได้เชียร์ในทีมหรือนักเตะที่เรารักและชื่นชอบ ทำให้เกมส์มันดูสนุก เรายังได้มาลุ้นกันว่าทีมไหนชนะ ทีมไหนแพ้ บางทียิงกันนาทีสุดท้าย แต่ถ้าเรามารู้ว่ามีการล้มบอล เราก็คงเสียความรู้สึก คงเลิกดูกันไป สปอนเซอร์ต่างๆมันมาก็เพราะคนดูเยอะ จะได้โฆษณาบริษัทตัวเอง ถ้าคนเลิกดูสปอนเซอร์ไม่มา สโมสรไม่มีเงินจะเอาเงินจากไหน

        การล้มบอล ล็อคผลเม็ดเงินที่ให้มันสูง ก็ไม่แปลกที่เขาเหล่านั้นจะทำกัน แต่เราก็อย่าลืมว่านี่เป็นอาชีพเรา ทุกอาชีพต้องมีจรรยาบรรณ ทำแบบนี้เท่ากับเราทรยศอาชีพตัวเอง

สุดท้ายทำให้คนเสื่อม ศรัทธา ไม่มีใครอยากดูบอล เมื่อคนไม่ดู ธุรกิจวงการบอลก็ถดถอย โฆษณา ก็หายหมด  เห็นได้ชัดๆเลยว่ามันเป็นการ “ล้มทั้งระบบ”

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  gclub

5 ลูกยิงแห่งความทรงจำ ของเมสซี่

วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี ถูกบันทึกว่าเป็นวันแรงงานของประเทศไทย แต่ใครที่เป็นแฟนบอลของชายผู้ชื่อว่า ลีโอเนล เมสซี่ นั้น วันที่ 1 พฤษภาคม 2005 เป็นวันที่เค้าคนนี้ยิงประตูแรกได้ภายใต้สีเสื้อของบาร์เซโลน่า ซึ่งนับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ นักเตะคนนี้ก็กลายเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ของสโมสรนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ซึ่งนับเป็นเวลา 15 ปีแล้ว ที่นักเตะคนนี้ได้สร้างสรรค์ผลงานมากมายให้กับสโมสร และยิงได้มากมายหลายประตู แต่มี 5 ประตูในความทรงจำที่แม้แต่ตัวเค้าเองก็ไม่ลืม

ลูกแรก เป็นการยิงประตูใส่นักเตะ แอธเลติค บิลเบา ซึ่งเป็นการเลี้ยงแบบลากโซโล่เดี่ยวในนักชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยของเสปนในปี 2015 ซึ่งในเกมวันนั้น ทีมเจ้าบุญทุ่มเอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-1 และที่ทำให้กล่าวขานนั้นโดยปรกติการลากเข้าไปยิงแบบนี้จะเป็นลักษณะการโต้กลับ แต่เมสซี่ กลับทำให้มันดูน่าทึ่งด้วยการลากบอลจากครึ่งสนาม เลี้ยงหลบกองหลังถึงสี่คนเข้าไปยิงประตูแบบง่ายๆ

ลูกสองเป็นลูกที่ได้รับการจารึกว่าเป็นลูกยิงที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของสโมสร เพราะเป็นลูกที่ทางเมสซี่ ยิงได้ในศึกบอลถ้วยรองของเสปน ในปี 2007 ที่พบกับเคตาเฟ่ ด้วยกาลากเดี่ยวหลบกองหลังของคู่ต่อสู้อีกสี่คน ก่อนที่จะเลี้ยงหลบผู้รักษาประตูอีกหนึ่งคนเข้าไปยิงประตูแบบง่ายๆ

ลูกสามเป็นการหลอกกองหลังของแมนยู ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกปี 2011 ที่เจ้าบุญทุ่มเอาชนะคว้าแชมป์ไปได้ ซึ่งเป็นการหลอก ริโอ เฟอร์ดินาน ตำนานกองหลังของผีแดง เข้าไปยิงประตู และสกอร์จบลงด้วย 3-1

ลูกที่สี่ เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน เมื่อเมสซี่ ยิงฟรีคิดอันลือลั่น บอลพุ่งผ่านมือ อลิสซอน ยอดผู้รักษาประตูของสโมสรลิเวอร์พูลเข้าไปในรอบรองชนะเลิศนัดแรก ซึ่งเป็นการยิงฟรีคิกระยะกว่า 30 หลา เป็นการบรรจงปั่นด้วยซ้าย มุดเข้าสามเหลี่ยมไปแบบไม่น่าเชื่อ ก่อนที่จะจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบุญทุ่ม 3-0

ลูกที่ห้า เป็นการทำให้กองหลังทีมชาติเยอรมัน อย่าง เยโรม บัวเต็ง เสียคนอย่างไม่มีเหลือชื่อ ด้วยการเจอกับทีมเสือใต้ บาเยิรน์ มิวนิค ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ปี 2014  รอบรองชนะเลิศ ที่เป็นฉากดวลกับแบบ หนึ่งต่อหนึ่ง ก่อนที่จะเลี้ยงหลบหลอกล่อจนกองหลังทีมชาติเยอรมันล้มไม่เป็นท่า เข้าไปชิพข้ามหัวผู้รักษาประตูเข้าไปแบบเหนือชั้น

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ดาวน์โหลด

ความแตกต่างระหว่าง เมสซี่ และ โรนัลโด้

หากจะพูดถึงนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก ในช่วงเวลานี้ หลายๆ คนคงหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ เพราะบ้างก็ว่า เป็น เมสซี่ หรือบางคนก็ตอบว่า ต้องเป็นโรนัลโด้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นักเตะทั้งสองนี้เก่งพอๆ กัน แต่ทั้งสองคนทั้งมีความแตกต่างกันบางส่วนตรงไหน เราลองมาวิเคราะห์กันดู

พรสวรรค์ กับ พรแสวง ข้อนี้คือความแตกต่างอย่างชัดเจนของนักเตะทั้งสองคนนี้ ด้วยตัวเมสซี่ เองนั้น ความสามารถของเค้าเปรียบเหมือนพระเจ้าสร้างและให้เค้ามาตั้งแต่กำเนิด แต่โรนัลโด้ ทุกอย่างมาจากการวิริยะอุตสาหะ ที่เราจะเห็นว่าเค้าพยายามที่จะฝึกเทคนิค พละกำลัง และความสามารถด้วยตัวของเค้าเอง

การจบสกอร์ อีกหนึ่งความแตกต่างที่เราเห็นกันบ่อยๆ ว่า การจบสกอร์ของโรนัลโด้ นั้น จะหนักแน่นไปด้วยลูกยิงที่ทรงพลังเพื่อที่จะได้มั่นใจว่า ลูกบอลนั้นจะพุ่งแรงเข้าสู่ก้นตาข่ายของคู่ต่อสู้ แต่ของเมสซี่ เราจะเห็นอยู่เสมอว่า การยิงประตูของ เมสซี่ นั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเทคนิค และทิศทางมากกว่าพลัง

การเลี้ยงบอล จุดนี้อาจจะเป็นจุดที่ดูแล้วเมสซี่ จะเหนือกว่าโรนัลโด้ เพราะด้วยสไตล์การเลี้ยงของเมสซี่ ที่ดูเหมือนลูกฟุตบอลจะติดอยู่ที่เท้าของเค้าตลอดเวลา จนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเค้าไปแล้วนั้น กับโรนัลโด้ ที่มีการเลี้ยงที่เอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งจะทำให้คู่แข่งจับทางได้ง่ายกว่า

ลูกกลางอากาศ แต่จุดนี้คงตอบได้ง่ายว่าใครเหนือกว่า ด้วยสรีระรูปร่างที่ โรนัลโด้ เหนือกว่า เมสซี่ และทุกครั้งที่เวลาโรนัลโด้ นั้น กระโดดขึ้นไปเล่นลูกกลางอากาศนั้น ราวเหมือนกับว่าเค้านั้นบินได้

การจ่ายบอล เรื่องนี้คงต้องยกให้กับเมสซี่ ที่มีทักษะในการจ่ายบอล แบบคิลเลอร์พาส ที่สามารถสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ง่ายอยู่บ่อยครั้ง ผิดกับโรนัลโด้ ที่เรามักจะเห็นการจ่ายบอลแบบให้เพื่อนยิงประตูได้ง่ายนั้นน้อยกว่าเมสซี่

ความเร็ว ถือว่าเป็นสองแบบสองสไตล์ เพราะความเร็วของโรนัลโด้ นั้นเป็นความเร็วแบบจรวดทางเรียบที่จะหาคนวิ่งตามเค้าทันยาก แต่เมสซี่ จะมีความเร็วเป็นจังหวะที่เค้ารู้ว่า ช่วงเวลาไหนควรจะสปีดหนีคู่แข่ง

การจับบอล อีกหนึ่งจุดที่สองคนมีสไตล์ที่ต่างกัน โดยการจับบอลของโรนัลโด้ นั้นคือมาตรฐานที่นักฟุตบอลระดับโลกควรจะมี แต่สิ่งที่เพิ่มเติมที่เค้ามักจะทำได้บ่อยๆ คือการจับบอลจังหวะแรกแล้วเปลี่ยนเป็นการยิงประตูทันที ซึ่งแตกต่างกับเมสซี่ ที่มีการจับบอลราวกับแม่เหล็ก ที่หลายครั้งเราจะเห็นว่าเค้าจับบอลได้เหมือนกับเอามือคว้าบอลลงมา 

ซึ่งทั้งหมดนี้คือมุมวิเคราะห์ที่แฟนฟุตบอลคงต้องตัดสินกันเองว่าใครเก่งกว่ากัน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

แรงกดดัน กับทางเลือกของนักเตะ

หลายคนอาจมองว่าการเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพเป็นสิ่งที่น่าอิจฉา คุณเพียงทุ่มเทให้กับสิ่งที่รักอย่างเต็มร้อย ซ้อมให้หนัก แล้วก็ลงสนามไปทำผลงานให้ดี เพียงเท่านี้คุณก็เตรียมรอรับเงินก้อนใหญ่ที่ไม่ว่าชาตินี้คุณจะใช้ยังไงก็ใช้ไม่หมดแล้ว

แต่สิ่งสำคัญที่เรามักมองข้ามไปก็คือ นักฟุตบอลอาชีพจำเป็นที่จะต้องแบกรับความกดดันมหาศาลทั้งจากสโมสร และแฟนบอลที่คาดหวังผลงานที่สุดยอดจากเรา ซึ่งหลายครั้งแรงกดดันนั้นมันผลักให้นักเตะไปถึงทางแยกที่ต้องเลือกระหว่าง “สู้ต่อไป” หรือ “หนีไปที่อื่นดีกว่า”

สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับนักเตะทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์มากแค่ไหน มีคนยกย่อง มีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ วันหนึ่งที่ฟอร์มคุณตกหรือทำผลงานไม่ตามที่คาดหวัง แรงกดดันจะผลักคุณไปสู่ทางเลือกของชีวิตค้าแข้งทันที ซึ่งในกรณีนี้ขอยกตัวอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม ลิเวอร์พูล

เฮนเดอร์สัน เก็บกระเป๋าย้ายข้าวของจาก ซันเดอร์แลนด์ มาพิสูจน์ตัวเองกับ ลิเวอร์พูล ในช่วงแรกของการค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ เฮนเดอร์สัน ยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้มากนัก แถมยังมีช่วงฟอร์มฝืด ทำผลงานแย่ลงเรื่อยๆ อีกด้วย เสียงบ่น เสียงด่า จากแฟนบอลเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกผิดหวังของสโมสรส่งถึงตัวเขา จนในที่สุดก็ถึงวันที่ทางเลือกในชีวิตค้าแข้งของเขานั้นมาถึง

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือของ ลิเวอร์พูลในขณะนั้น เรียกตัว เฮนเดอร์สัน เข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว พร้อมกับแจ้งกับเจ้าตัวว่า เขาไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมอีกต่อไป และทางทีมพยายามที่จะส่งตัวเขาให้กับ ฟูแล่ม เพื่อแลกตัวกับ คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ อย่างจริงจัง โดยภายหลัง เฮนเดอร์สัน ยอมรับว่าหลังจากที่ทราบเรื่องในวันนั้น เขากลับไปนอนร้องไห้ฟูมฟายที่บ้าน และคิดว่าชีวิตการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของตัวเองกำลังล้มเหลว

ในช่วงหนึ่งคืนที่ เฮนเดอร์สัน นอนร้องไห้ ไม่รู้ว่าเขาได้คิดอะไรบ้าง แต่เช้าวันต่อมาเขาเข้าไปแจ้งกับทางสโมสร ว่าเขาจะขอ “สู้ต่อไป” ไม่ยอมย้ายไปไหนเด็ดขาด

จากวันนั้นถึงวันนี้ เฮนเดอร์สัน พิสูจน์ตัวเองด้วยการทุ่มเทอย่างหนักทั้งในสนามซ้อม และสนามจริง กำลังกายและหยาดเหงื่อทุกหยด รวมถึงจิตวิญญาณเขาได้มอบให้กับสโมสร ลิเวอร์พูล แบบ 100% เขาพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงบุคลิกภาพความเป็นผู้นำ จนเขาได้รับปลอกแขนกัปตันทีมต่อจาก เจอร์ราร์ด และสุดท้ายเขากลายเป็นกำลังหลักที่ทีมขาดไม่ได้

การเลือกเส้นทางไม่ว่าจะ สู้ หรือ หนี สิ่งสำคัญที่สุดคือการยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ลืมอดีต และมุ่งไปข้างหน้าสุดตัว แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

นักเตะที่ กุนซือรีลมาดริด เชื่อว่าจะดังได้ในอนาคต

ในโลกของฟุตบอล ขอเพียงแค่คุณได้รับโอกาสให้ไปลงในสนาม แล้วทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในตอนนั้น เพียงชั่วข้ามคืน หากใครที่ไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน แต่หลังจากนี้ไป ชื่อของคุณจะเข้าไปอยู่ในใจของเหล่าแฟนบอลอย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องแบบนี้ระดับนักเตะตำนานต่างๆ ก็เคยผ่านมาก่อนแล้ว ไม่ต่างกับ ซีเนอดีน ซีดาน ที่ก็คงได้รับโอกาสนั้นมาก่อน แล้วเจ้าตัวก็คว้ามันไว้ได้ จนทำให้เค้ากลายเป็นนักเตะระดับโลก และผันแปรตัวเอง มาเป็นสุดยอดกุนซือ ของราชันชุดขาวแล้ว

ซึ่งในตัวของกุนซือคนนี้ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มักจะให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งอยู่เสมือ เพราะด้วยความคิดที่ว่าให้โอกาสคนข้างในก่อนที่จะเอาเงินไปซื้อใครที่ต้องการ เพราะด้วยแนวคิดเช่นนี้ จึงมีดาวรุ่งมากมายที่เค้าพร้อมจะให้โอกาสก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของราชันชุดขาว เช่น

เรเนียร์ เชซุส ผู้เล่นดาวรุ่งที่ล่าสุด ที่ราชัน มองเห็นอนาคตและรีบเซ็น มาเพื่อปลุกปั้นให้กลายเป็นนักเตะระดับโลกในวันข้างหน้า ถึงแม้จะยังไม่เคยได้รับโอกาสในชุดใหญ่ แต่ซีดาน เคยออกมาพูดด้วยตัวเองว่า นักเตะคนนี้อาจจะเป็น กาก้า สุดยอดตำนานทีมชาติบราซิล คนที่สองได้เลย

ทาเคฟุสะ คุโบะ ทางญี่ปุ่นเคยมี นักเตะสึบาสะ ในตำนาน นักเตะคนนี้อาจจะไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก เพราะด้วยความสามารถที่โชว์ให้เห็นในทัวร์นาเมนต์ โคปา อเมริกา เมื่อปี้ที่แล้ว เล่นทำเอาสื่อหลายๆสำนักทั่วโลก ถึงกับต้องยกย่องและชื่นชมเป็นอันมาก ซึ่งทางสื่อญี่ปุ่นเองนั้น ก็ได้มีการเอาเค้าไปเปรียบเทียบกับเมสซี่ ดาวดังของเจ้าบุญทุ่ม ว่านักเตะคนนี้ความสามารถไม่ได้เป็นรองทั้งสึบาสะในการ์ตูน หรือเมสซี่ในโลกแห่งความเป็นจริงเลย

วินิซิอุส จูเนียร์ เด็กหนุ่มวัยสิบเก้า ที่ ซีดาน มีความชื่นชมและชื่นชอบเค้าเป็นอย่างมาก และในฤดูกาลนี้เค้าก็ได้เริ่มถูกปล่อยไปลองของในหลายๆ นัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเชื่อว่าจะเป็นตัวหลักของ ซีดานในอนาคตแน่นอน

โรดริโก้ โกเอส ด้วยสไตล์การเล่นที่น่าตื่นตามตื่นใจ จนมีหลายคนเอาเด็กหนุ่มคนนี้ไปเปรียบกับ เนย์มาร์ ว่ามีสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกัน และล่าสุดโชว์ฟอร์มเทพเมื่อได้รับโอกาสจากซีดาน ลงเล่นเกมยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกในเกมที่พบกับกาลาตาซาราย และกดคนเดียวไปสามประตู ซึ่งบอกเลยว่า นักเตะคนนี้อาจจะเป็นเนย์มาร์ สองในอนาคต จริงๆ ก็ได้

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์

ปีที่ผ่านมามีอะไรกันบ้างสำหรับโลกฟุตบอลในปี 2019

จากสำนักข่าวกีฬาคนอังกฤษที่ช่วงนี้ว่างเว้นจากการทำงานและรายงานผลกีฬาประจำวัน เนื่องจากติดสถานการณ์โควิดระบาด และทำให้ฟุตบอลอังกฤษไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ จึงทำให้นักข่าวสื่อต่างๆ ของอังกฤษรวมตัวกันรวมเรื่องราวที่เป็นสุดยอดในปี 2019 มาให้ดูกัน

เรื่องแรก นักเตะยอดเยี่ยมปี 2019 คือ เจมี่ วาร์ดี้ เพราะในปี 2019 นั้น เค้ายิงไปถึงยี่สิบเก้าประตู

เรื่องสอง ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมปี 2019 คือ คริส ไวเดอร์ กุนซือทีมดาบคู่ เชฟยูไนเต็ด ด้วยการจบฤดูกาลในแชมป์เปี้ยนชิพ ด้วยฐานะรองแชมป์ และต่อด้วยทำผลงานได้ดีในพรีเมียร์ชิพ ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ซึ่งถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม และยิ่งกับการที่เค้าใช้นักเตะที่โนเนม แล้วทำได้ขนาดนี้ ต้องยอมรับว่ามีฝีมือจริงๆ

เรื่องสาม ทีมที่มีท่าดีทีเหลว ได้แก่ทีมอาร์เซนอล ซึ่งในปี 2019 ตอนที่ เวนเกอร์ ออกไปนั้น แล้วได้ เออไน อูไมรี่ มานั้น เหมือนจะไปได้ดี แต่สุดท้ายก็ท่าดีทีแล้ว ที่ไม่ได้อะไรติดมือมาเลย

เรื่องสี่ การซื้อขายยอดเยี่ยม ได้แก่ ยูริ เทเลม๊องส์ ที่ถือว่าเป็นการซื้อที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกในช่วงปี 2019 ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ทดลองยืมตัวจากโมนาโกมาก่อน แต่พอเอามาเล่นแล้ว ดีจนทีมเลสเตอร์ไม่สามารถที่จะรอได้ จนต้องทำลายสถิติสโมสร ซื้อนักเตะคนนี้มาด้วยค่าตัว สี่สิบล้านปอนด์

เรื่องที่ห้า ทีมน่าอับอายที่สุดประจำปี ได้แก่ทีมเซาแธมป์ตัน ที่เฝ้าบ้านแพ้ให้กับผู้มาเยือนอย่างเลสเตอร์ ถึงเก้าประตูต่อศูนย์ ซึ่งมีสถิติถึงสี่เรื่องเกิดขี้นในนัดนี้ก็คือ ทีมเลสเตอร์เป็นทีมที่สองที่ยิงได้ถึงห้าลูกในครึ่งแรก ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นทีมแมนซิตี้ ที่ยิงเบรินลีย์ได้ และมีสองแฮตทริก เกิดขึ้นในนัดนี้คือ เจมี่ วาร์ดี กับอลอนโซ่ เปเรส และ เป็นสกอร์ที่ชนะเยอะที่สุดในเกมเยือนของเลสเตอร์ และเป็นเกมที่แพ้เยอะที่สุดในการเฝ้าบ้านของเซาแธมป์ตัน

เรื่องที่หก คนที่หัวร้อนที่สุด คือ เป๊ป กวาดิโอล่า ในเกมกับลิเวอร์พูล ที่แมนซิตี้ เสียผลประโยชน์ในเกมจากที่กรรมการไม่ให้ลูกโทษถึงสองครั้งจากการทำฟาวล์ของกองหลังลิเวอร์พูลจนทำให้แมนซิตี้ต้องแพ้ในเกมนั้นไป

ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดเป็นเรื่องราวที่ผู้สื่อข่าวอังกฤษได้รวมตัวกันมาทำโพลสำรวจให้กับแฟนบอลอังกฤษได้เข้ามาโหวตกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการแก้เซ็งได้ในระดับหนึ่งในช่วงที่ไม่มีฟุตบอลทำการแข่งขัน

 

ขอบคุณเว็บ  บาคาร่าออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน